TOP
h
  /    /  July

หากต้องนำรถยนต์ที่เรารักเข้าศูนย์บริการ ต้องมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง เบนซ์พระราม 3 นับเป็นศูนย์ซ่อมที่มีความทันสมัย ได้มาตรฐานสูงสุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และได้การรับรองโดย เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) การันตีคุณภาพและความสามารถ ด้วยจำนวนผู้นำรถยนต์เข้ารับบริการมากที่สุดในประเทศไทย สามารถดําเนินการซ่อมได้ ทั้งงานซ่อมสีทั่วไป และงานซ่อมตัวถัง ยิ่งไปกว่านั้นสําหรับรถที่ประสบอุบัติเหตุ ก็พร้อมให้บริการด้วยทีมงานผู้มากประสบการณ์ ตู้พ่นสีมาตรฐาน ทันสมัย สีนกแก้ว 2K เต็มระบบ และอะไหล่แท้จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซ่อมสีรอบคันเสร็จภายใน 9 วัน พร้อมรับส่วนลดค่าใช้จ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2491 8899 Line@: @benzpraram3

โรงเรียนนานาชาติ คิงส์คอลเลจกรุงเทพ รวมพลังปันบุญจากผู้ที่มีหัวใจอันยิ่งใหญ่ และเสียสละ เข้าร่วมโครงการ The "WeCare & WeShare Stop COVID-19" campaign, blood donation หรือ โครงการ “เราห่วงใย เราแบ่งปัน” ด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อต่อชีวิตคนไทย ซึ่งในช่วงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้โลหิตสำรองของประเทศอยู่ในขั้นวิกฤติ  โดยได้รับการตอบรับความตั้งใจจาก สภากาชาด ในการดำเนินการตั้งจุดรับบริจาคโลหิต ณ อาคารไอทาวเวอร์ โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างไม่หยุดหย่อน ตลอด 5 ชั่วโมง แห่งการรับบริจาค เพื่อรองรับผู้มีความประสงค์ที่จะบริจาคโลหิตกว่า 200 ท่าน ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เชื่อว่าการช่วยเหลือผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่สามารถเริ่มจากการแบ่งปันสิ่งที่ตนเองมีเพียงคนละเล็กน้อย ก็สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของคนจำนวนมากได้ โรงเรียนนานาชาติ คิงส์คอลเลจกรุงเทพ ขอเป็นส่วนหนึ่งของการรวมพลังจากทุกคน เพราะพลังเล็กๆ จากคนหนึ่งคน เมื่อรวมกันก็จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสังคม และเราเชื่อว่าหัวใจที่ยิ่งใหญ่จะพาพวกเราไปได้ไกลกว่า โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พวกเราต้องร่วมมือกันเพื่อฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ 

เมื่อ “หน้ากากอนามัย” กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพกติดตัวตลอด เพื่อป้องกันการแผร่กระจายเชื้อไวรัส COVID-19 แต่การเข้าถึงหน้ากากอนามัยในราคามาตราฐาน ไม่ใช่เรื่องง่าย AB. Angelys Balek (เอบี แอนเจลิส บาเลก) แบรนด์ชุดว่ายน้ำสัญชาติไทย ที่ไปโด่งดังไกลถึงอเมริกาและยุโรป จัดแคมเปญ “Send Love” ส่งต่อความรักและความห่วงใย เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน โดยทางแบรนด์จะบริจาค 10% ในทุกๆ ยอดการซื้อสินค้าจากลูกค้าทั้งในประเทศไทย และลูกค้าจากทั่วโลก มอบให้กับโครงการธนาคารหน้ากาก (Mask Bank) เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนหน้ากาก และสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ร่วมกันต้านวิกฤติไวรัส COVID-19 ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalekth   

ถ้าคุณกำลังมองหาไลฟ์สไตล์เซอร์วิสเหนือระดับ ที่ตอบรับความต้องการอันหลากหลาย พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด และรองรับความต้องการได้อย่างตรงใจ เพื่อเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เวิลด์ รีวอร์ดโซลูชั่น ‘WORLD REWARD SOLUTIONS’ คือคำตอบ! บริการสุดพรีเมียมครบวงจรที่ให้คุณได้ครบ จบในที่เดียว   ด้วยนวัตกรรมใหม่ของวงการไลฟ์สไตล์เซอร์วิสในประเทศไทยรายแรก ที่ออกแบบโปรแกรมการบริการอย่างเข้าถึง และตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ด้วย “ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ เซอร์วิส” (Digital Lifestyle Service) สุดล้ำ นำเอาเทคโนโลยีอันทันสมัย มาช่วยวิเคราะห์และวางแผนข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ให้สามารถสื่อสารกับลูกค้า ไปพร้อมอำนวยความสะดวกได้อย่างรวดเร็วฉับไว เสิร์ฟทุกความต้องการของการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร ได้อย่างไม่มีสะดุด ทั้งยังมีบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเครือข่ายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมชั้นนำ, ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์, รถรับส่งสนามบินทั่วโลก และกิจกรรมที่มอบความสุขเต็มเปี่ยมด้วยประสบการณ์อันแปลกแตกต่าง   คุณจักรพันธ์ รัตนเพชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด ผู้นำประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจการออกแบบโปรแกรมการบริการ ที่ตอบสนองความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ของลูกค้า (Lifestyle Management) และโปรแกรมการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ ให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร (Loyalty Program) ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศมากว่า 16 ปี ได้ก่อตั้งธุรกิจ Lifestyle Management ภายใต้ชื่อ World Reward Solutions ที่ให้บริการและจัดการเกี่ยวกับ Reward & Loyalty Program Solutions ให้กับองค์กรที่ต้องดูแลกลุ่มลูกค้าพรีเมียม อาทิ กลุ่มธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ ประกันภัย รวมถึง Silver Voyage Club โปรแกรมการให้บริการที่มอบประสบการณ์เหนือระดับ ในแบบ One Stop Premium Lifestyle Service เพื่อการใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายและราบรื่น ด้วยข้อเสนอบริการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย นอกจาก World Reward Solutions จะมีความโดดเด่นในด้านการเป็นผู้นำ ด้วยการใช้ระบบดิจิตอลโซลูชั่น และระบบ High Tech and High Touch อันทันสมัยมาเป็นส่วนสำคัญของบริการ จนทำให้บริษัทได้รับรางวัล Asia Innovative Awards 2019-2020 จาก Asia Innovatif+ Summit & Awards รางวัลระดับเอเชีย ที่มอบให้กับบริษัทซึ่งนำนวัตกรรมมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยม ออกแบบการบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าคนไทย ซึ่งเป็นฐานของบริษัทแล้ว ความสำเร็จนี้ยังขยายไปสู่ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน อีกด้วย ในขณะที่ทั่วโลก ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวสอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ New Normal ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ ให้เข้าถึงบริการทางออนไลน์มากขึ้น World Reward Solutions ต่อยอดจุดแข็ง นำความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี และการเข้าถึงความต้องการของลูกค้า มาผนวกเพิ่มทางเลือกบริการระดับพรีเมียม ออกแบบให้โปรแกรม Silver Voyage Club มาพร้อมบริการใน 4 หมวด เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ ในทุกช่วงเวลา Limousine Premium การให้บริการด้านลีมูซีน ทั้งรับ-ส่งสนามบิน และบริการ Point-to-Point Silver Voyage Club Membership คลับเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับนักเดินทาง Experience บริการจัดหาประสบการณ์พิเศษต่างๆ จากทั่วโลก White Glove Service บริการใหม่ล่าสุด ที่ต่อยอดจากสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ดูแลเรื่องการจัดส่งอาหารจานโปรดจากห้องอาหารของโรงแรมต่างๆ และจากร้านดัง ที่ร่วมเป็นพันธมิตร รวมถึงบริการส่วนบุคคลเป็นเสมือนบัตเลอร์ผู้รู้ใจ จัดหาสินค้าระดับลักซูรี และบริการด้าน Technology Solutions ในส่วนแอปพลิเคชันที่เป็นดั่งผู้ช่วย จัดกิจกรรมด้วยเทคโนโลยี เช่น การเวิร์กช็อปทำอาหารแบบ Live Streaming เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแบรนด์น้องใหม่ 'Next' ที่เปิดตัวรองรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางและราคาประหยัด ปัจจุบันแบ่งการให้บริการ เป็น 2 แบรนด์ย่อย คือ NEXT Ride บริการรับ-ส่งสนามบิน ด้วยรถยนต์อีโคคาร์ และรถยนต์มาตรฐาน ในระดับราคาสมเหตุสมผล เน้นความสะอาด และความปลอดภัยเป็นสำคัญ และ NEXT Deli บริการส่งข้าวกล่อง จากร้านอาหารชื่อดังที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตร เสิร์ฟความอิ่มอร่อยให้กับกลุ่มคนทำงาน ที่เน้นงบประมาณจำกัด สร้างสรรค์การจัดส่งด้วยรถตุ๊กตุ๊ก และรถซีดานมาตรฐาน เป็นแนวความคิดบนพื้นฐานของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ต่างได้รับผลกระทบ และยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Food For Fighters “ข้าวเพื่อหมอ” โครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งข้าวกล่องให้กับบุคลากรทางการแพทย์ไปพร้อมๆ กัน   สอบถามรายละเอียดการให้บริการเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 0 2016 9998 เว็บไซต์ www.worldrewardsolutions.com

หากใครที่รักการผจญภัย และการออกกำลังกายตัวยง จะเป็นอันรู้กันว่า เรือนเวลาที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักกีฬา หรือนักออกกำลังกาย ที่ทั้งให้ความสมาร์ทด้วยดีไซน์ และการใช้งานด้วยฟังก์ชั่นที่ง่ายดาย ด้วยนวัตกรรมอันเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ SUUNTO (ซุนโต้) ผู้นำระดับแนวหน้าของโลกสำหรับนาฬิกาออกกำลังกาย นาฬิกาดำน้ำ และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการผจญภัยอื่นๆ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้จริงทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นได้รับการออกแบบด้วยสุนทรียภาพในชีวิตประจำวัน ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ “นอดิคดีไซน์" ก้าวสู่ปีที่ 84 พร้อมเปิดตัวนาฬิกาพรีเมี่ยมสมาร์ทวอทช์เจเนอเรชั่นใหม่รุ่นล่าสุด SUUNTO 7 (ซุนโต้ 7) กับขุมพลังชิปประมวลผลจาก Qualcomm Snapdragon Wear 3100 สมาร์ทวอทช์ที่จริงจังกับการออกกำลังกาย ผสานประสบการณ์แห่งการผจญภัยของ จีพีเอส สปอร์ต วอทช์ ด้วยความเป็นผู้นำด้านกีฬาของซุนโต้ และ ไลฟ์สไตล์ที่ลงตัวของ Wear OS โดย Google และมีระบบรองรับด้วยพลังอันมหาศาลจาก Qualcomm Snapdragon Wear 3100 จึงเรียกได้ว่า SUUNTO 7 คือนาฬิกาที่ตอบโจทย์สำหรับการออกกำลังกาย และการใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว กลายเป็นที่สุดของนาฬิกาสองไลฟ์สไตล์ คุณสมบัติเด่น : รองรับโหมดกีฬากว่า 70 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น การวิ่ง, การปั่นจักรยาน รวมไปถึง การเล่นสกี หรือ เซิร์ฟ โดยสามารถตรวจวัดค่าต่างๆ จากการออกกำลังกายได้อย่างครบถ้วน และแม่นยำ ด้วยการนำเทคโนโลยีจากสปอร์ตวอทช์ของ SUUNTO มาทั้งหมด แผนที่ออฟไลน์ ที่ติดตั้งมากับนาฬิกา พร้อมกับ Heatmaps โดยแสดงค่าได้ถึง 15 กิจกรรม เพื่อให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถรู้ตำแหน่งของตนเอง รวมไปถึงหาเส้นทางที่ดีสำหรับการออกกำลังกายนั้นๆ ได้ด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าจะไม่มีโทรศัพท์ หรือไม่สามารถเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คใดๆ ก็ตาม Wear OS by Google ทำให้ทุกวันของคุณง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การแจ้งเตือน, อัพเดทตารางกิจกรรมของคุณ จาก Google Fit, Google Assistant, และอีกนับพันแอพลิเคชันที่อยู่บน Google Play ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น และอัพเดทชีวิตให้มีสีสันอยู่ตลอดเวลา ดีไซน์เพื่อการผจญภัย นาฬิกาถูกออกแบบและทดสอบจากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งสามารถกันน้ำ กันฝุ่น รวมไปถึงกันการกระแทก ที่ถูกทดสอบด้วยระบบจากระบบมาตรฐานสากล จึงมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าการผจญภัยในชีวิตของคุณจะท้าทายแค่ไหน SUUNTO 7 จะสามารถไปกับคุณได้ทุกที่ Heikki Norta, กรรมการผู้จัดการ SUUNTO กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ว่า "ทุกวันนี้ไม่ว่ากีฬาจะเป็นสิ่งที่คุณทำเพราะความชื่นชอบ หรือทำเพื่อจะได้ไม่ต้องกินอาหารกลางวัน เราก็ยังคงปฏิเสธไม่ได้ว่าชีวิตยังคงต้องมีเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ Suunto รับทราบถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของยุคนี้ จึงมุ่งมั่นที่จะเอาชนะความท้าทายของตัวเอง ด้วยการออกแบบนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ที่มีประสิทธิภาพในการใช้ออกกำลังกาย และในทางกลับกันสามารถช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถใช้เพื่อผ่านวันอันแสนวุ่นวายของเค้าไปได้อีกด้วย การรวมคุณสมบัติของการออกกำลังกาย, การออกผจญภัย และ เติมเต็มด้วยความฉลาดจาก Wear OS by Google จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนกลุ่มใหม่ที่กว้างขึ้น ได้เริ่มต้นการออกผจญภัยไปกับเรา" Heikki Norta ยังกล่าวเสริมถึงคุณสมบัติพิเศษของซุนโต้ "เราภูมิใจกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้กับ Suunto 7 ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์ ด้วยสีสันที่สดใสคมชัดจากจอนาฬิกา Ultra-Bright OLED (AMOLED) ซึ่งเป็นจอแบบ Touch-Sensitive Display ให้ทุกการสัมผัสลื่นไหลไม่มีสะดุด และใช้ชีวิตเชื่อมต่อกับดนตรีได้จากนาฬิกาอย่างเพลินเพลิน และจากหลากหลายฟีเจอร์ที่เพิ่มเติมเข้ามา ซุนโต้ยังคงรักษาความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา ด้วยการยังคงมีฟีเจอร์ที่รองรับการออกกำลังกายมากกว่า 70 ชนิดกีฬา ไม่ว่าจะเป็น การวิ่ง, การปั่น, การเล่นสกี หรือแม้กระทั่ง การเล่นโยคะ ทั้งนี้นาฬิกาถูกออกแบบให้มีแบตเตอรี่ ที่สามารถรองรับการใช้งานด้านสมาร์ทวอทช์ของคุณอย่างเต็มที่ได้ตลอดทั้งวัน และยังเพียงพอต่อการนำไปใช้ในการรองรับการออกกำลังกาย ที่สามารถวัดค่าต่างๆ ที่เราต้องการทราบ เช่น การวัดอัตราการเต้นหัวใจ, บารอมิเตอร์สำหรับการวัดความสูงชันของพื้นที่ และข้อมูลเชิงลึกของการออกกำลังกาย และเพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่มากขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับแอพลิเคชัน Suunto หรือ Strava เพื่อให้การออกกำลังของคุณมีความสนุกที่เพิ่มขึ้น และเพื่อสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นทั้งด้านสปอร์ตและไลฟ์สไตล์ ซุนโต้จึงได้นำ Wear OS by Google ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด เช่น Google Assistant เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัว, การทำธุรกรรมผ่าน Google Pay, โค้ชส่วนตัวสำหรับการออกกำลังกายด้วย Google Fit และอีกนับพันแอพพลิเคชั่นบน Google Play ที่จะคอยเติมเต็มให้ไลฟ์สไตล์ของคุณมีความตื่นเต้นตลอดเวลา"   Pankaj Kedia หัวหน้าของ Qualcomm Wearables กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างมากที่ได้ทำงานร่วมกันในโปรเจค ซุนโต้ 7 เพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาที่รวมสิ่งที่ดีที่สุดทั้ง สปอร์ต, สไตล์ และความสมาร์ท จนได้ผลสรุปเป็นสมาร์ทวอทช์ ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งคนธรรมดา ไปจนถึงนักกีฬาโดยเฉพาะ”   ซุนโต้ 7 คือสมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่ทำงานด้วยชิบประมวลผล Snapdragon Wear 3100 ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ใช้สำหรับการออกกำลังกาย พร้อมระบบ GPS ได้ยาวนานสูงสุด 12 ชั่วโมง และสามารถใช้งานด้วยระบบสมาร์ทวอทช์ได้สูงสุด 48 ชั่วโมง ถูกออกแบบและทดสอบในสภาวะต่างๆ ที่ท้าทายต่อการทำงานของนาฬิกา ในสภาวะต่างๆ ที่ต้องเจอจากการออกผจญภัยจริง ทั้งด้านการกันกระแทก การกันน้ำ กันสิ่งสกปรกด้วยหน้าจอ Gorilla Glass ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายภายในยิม หรือออกกำลังกายกลางแจ้งได้อย่างไม่มีสะดุด   คุณสมบัติตัวเรือน ราคา: 16,900 บาท น้ำหนักรวม: 70g กรัม ขอบนาฬิกา (Bezel): Stainless Steel ตัวเรือน (Watch Case): Reinforced Polyamid​ วัสดุสาย: 24มม. Strap (:ซิลิโคน) ระบบนำทาง: GPS, Glonass, Galileo​ แบตเตอรี่: 12 ชม. (โหมด GPS), 48 ชม. (โหมดปกติ) กันน้ำได้สูงสุด: 50 ม. ​ ชิปประมวลผล: Qualcomm Snapdragon Wear 3100 Platform ระบบปฏิบัติการ (นาฬิกา): Wear OS​ by Google ระบบปฏิบัติการ (โทรศัพท์): iOS and Android   หมายเหตุ * ความสามารถของแบตเตอรี่อาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การตั้งค่าการแสดงของระบบ, แอพพลิเคชัน และอีกหลายปัจจัย * Google, Android, Google Play, Wear OS by Google และบริษัทอื่นๆ คือเครื่องหมายการค้าของ Google LLC * Wear OS by Google สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ในระบบแอนดรอย์ 6.0+ (ยกเว้น Go edition) หรือ iOS 10.0+ โดยความสามารถในการซัพพอร์ตของฟีเจอร์ต่างๆ อาจขึ้นอยู่กับแพลทฟอร์มและภูมิประเทศ * Qualcomm, Snapdragon และ Snapdragon Wear เป็นตราสัญลักษณ์ทางการค้าของ Qualcomm Incorporated   สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ www.suunto.com

นิยามใหม่แห่งการใช้ชีวิตใจกลางเมืองกำลังจะเปลี่ยนไป ด้วยที่สุดแห่งโครงการสุดลักซ์ชัวรี่ วินด์เชลล์ นราธิวาส (Windshell Naradhiwas) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ ผลงานการรังสรรค์ของ บริษัท วาย แอล พี จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไฮเอนด์ชั้นนำของไทยที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ในการสร้างสรรค์โครงการที่พักอาศัยคุณภาพมาต่อเนื่อง ล่าสุด ชูแนวคิดใหม่ของการอยู่อาศัยอย่าง ‘Tropical Stacking Home’ โดดเด่นด้วยการออกแบบทุกฟังก์ชั่นในคอนโดฯ ให้เหมือนการใช้ชีวิตในบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองครั้งแรกในโลก "เพื่อให้โครงการตอบโจทย์ครอบครัวหรือมืออาชีพที่กำลังมองหาที่พักอาศัยที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ และยังเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายอย่างรู้ใจ นอกจากจะปักหมุดในทำเลใจกลางเมืองอย่างสาทร ซึ่งเป็นย่านธุรกิจแล้วยังเติมเต็มความสุขของผู้อยู่อาศัยในรูปแบบดูเพล็กซ์ขนาดใหญ่ มาพร้อมโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (shear wall) ทำให้ไม่มีเสาหรือคานในห้อง เปรียบเสมือนกับผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่แสนยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้ที่เป็นเจ้าของแต่งแต้มจินตนาการ ในการออกแบบและตกแต่งได้ตามใจและไร้ข้อจำกัด แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องฟังก์ชั่นในห้อง เพราะคำนึงถึงการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง จึงออกแบบให้หันหน้าเพื่อเปิดรับลมธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี สามารถควบคุมการไหลเวียนของอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จนแทบไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา" -นายโชติพล เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาย แอล พี จำกัด  เท่านั้นยังไม่พอ วินด์เชลล์ นราธิวาส ยังทลายกรอบความเชื่อในการอยู่คอนโดฯแบบเดิม ๆ ที่ไม่ต่างจากการอยู่ในกล่องกระจก ด้วยพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกออกแบบมุมพักผ่อนบริเวณระเบียงเป็นสวนหย่อม หรือแปลงโฉมเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวได้ตามความต้องการ ถ้ายังไม่จุใจยังมีพื้นที่สวนหลังบ้านที่ช่วยการหมุนเวียนระบายอากาศทุกยูนิต โดยพื้นที่ส่วนนี้ทำหน้าที่เหมือนหลังบ้านบนดิน สามารถติดตั้งงานระบบต่าง ๆ ส่วนครัวไทยได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นหรือจะใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง ตากผ้า และเก็บของก็เนรมิตได้ดั่งใจ นอกจากนี้ เพื่อให้สมกับคอนเซ็ปต์โครงการที่ต้องการหลอมรวมเสน่ห์ของบ้านและคอนโดฯ ไว้ในหนึ่งเดียว จึงนำเสนอความเป็นส่วนตัว ด้วยการออกแบบให้แต่ละชั้น มีเพียง 2 ยูนิต โดยมีลิฟท์ 2 ตัว สำหรับให้บริการลูกบ้านแยกฝั่งกันอย่างชัดเจน พร้อมโถงลิฟท์ส่วนตัวทุกห้อง เหนือชั้นไปกว่านั้น คือ ยินดีฉีกกฎเหล็กของคอนโดฯ ให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ตามใจปรารถนา เพราะเข้าใจดีว่า สัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว เพียงแต่ต้องเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่รบกวนทำความรำคาญใจให้กับเพื่อนบ้าน วินด์เชลล์ นราธิวาส ยังเติมเต็มความสุขที่คนเมืองมองหาด้วยการใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสวนหย่อมที่ทางโครงการรักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมไม่พอ ยังปลูกเพิ่มอีกมากกว่า 100 ต้น พื้นที่ส่วนกลางบนชั้นดาดฟ้าที่ประกอบด้วยมุมร่มรื่นของสวนหย่อมและต้นไม้ใหญ่ สระว่ายน้ำความยาว 23 เมตร และ สระเด็ก ฟิตเนส ห้องอบไอน้ำ และห้องครัวแบบ Communal Kitchen และห้อง Multi-Purpose สำหรับพักผ่อนหย่อนใจหรือพบปะสังสรรค์เมื่อมีแขกมาเยือน ประสบการณ์ใช้ชีวิตเหนือระดับ แบบไม่จำกัดกรอบนี้ สร้างมิติใหม่ให้ วินด์เชลล์ นราธิวาส เป็นมากกว่าไฮไรซ์คอนโดฯทั่วไป แต่เปรียบเสมือนการนำบ้านแต่ละหลังมาบรรจงซ้อนกันเป็นอาคารสูง 28 ชั้น สมกับเป็นจุดนัดพบระหว่างชีวิตแนวราบและแนวดิ่งแห่งโลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ความสุขที่ไม่ได้อยู่ในจินตนาการนี้พร้อมให้สัมผัสแล้ว โดย โครงการ วินด์เชลล์ นราธิวาส เป็นโครงการแบบฟรีโฮลด์ เปิดขายในรูปแบบ bare shell ดูเพล็กซ์ขนาด 453 ตารางเมตร และ 562 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 78 ล้านบาท สำหรับท่านที่สนใจและกำลังมองหาบ้านคุณภาพดีใจกลางเมือง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อนัดหมายล่วงหน้าเพื่อรับชมโครงการได้ที่ โทร. 092-652-5544 อีเมล์ info@windshell.com หรือคลิกไปที่เว็บไซต์ www.windshell.com

ภูมิภาคโทโฮคุและภูมิภาคชินเอ็ทสึอยู่ทางเหนือสุดถัดลงมาจากภูมิภาคฮอกไกโดของญี่ปุ่น มีอากาศเย็นสบายตลอดปี และโดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัดและหิมะลงปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง คุณจะได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพสีขาวบริสุทธิ์อันหาดูได้ยาก และยังได้สัมผัสกิจกรรมสไตล์ฤดูหนาวแบบแท้ๆ ไม่ว่าจะแช่ออนเซ็นร้อนๆ ท่ามกลางหิมะ เล่นสกีที่ลานสกีระดับโลก หรือตื่นตากับเทศกาลพื้นเมืองสุดครื้นเครง รวมถึงลิ้มรสอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย อีกทั้งคุณยังสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเพียงใช้ JR EAST PASS สุดคุ้ม รับรอบว่าคุณจะได้รับความประทับใจกันอย่างครบรสเลยทีเดียว วันนี้เรามีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางได้ด้วย JR EAST PASS มาฝากกัน ปีศาจหิมะแห่งซาโอะ จังหวัดมายากาตะ ภาพของปีศาจหิมะ หรือ Snow Monster ที่ตั้งเรียงรายไปตามแนวเขาสูง พร้อมทัศนียภาพที่ต่างกันไปตามแสงสะท้อนของดวงอาทิตย์ไม่ว่าจะยามบ่าย คล้อยเย็น หรือกลางดึก ทำให้สถานที่แห่งนี้งดงามราวกับเป็นผลงานศิลปะชิ้นเอก คุณสามารถชื่นชมศิลปะผืนนี้แบบพาโนรามาได้ระหว่างนั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดเขา และหากอยู่ต่อถึงช่วงค่ำคุณจะได้นั่งรถตะลุยหิมะเพื่อเข้าไปชมปิศาจหิมะประดับไฟกลางคืนอย่างใกล้ชิดอีกด้วย พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area) ปีศาจหิมะ ภูเขาฮักโกดะ จังหวัดอาโอโมริ อีกหนึ่งสถานที่ชมปีศาจหิมะอันโด่งดัง เกิดจากต้นไม้มากมายบนภูเขาฮักโกดะทนต้านแรงลมและหิมะจนก่อเป็นรูปร่างแท่งน้ำแข็งอันสวยงามในที่สุด ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปชมมากที่สุดคือช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ซึ่งคุณจะได้พบกับโลกสีขาวโพลนสุดแสนมหัศจรรย์ นอกจากนี้คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับภาพของปีศาจหิมะที่มีทิวเขาขาวสุดกว้างไกลเป็นฉากหลังขณะนั่ง Hakkoda Ropeway ได้อีกด้วย ถือเป็นไฮไลท์เด็ดห้ามพลาดเลยทีเดียว พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area) แม่น้ำและทางรถไฟสายทาดามิ จังหวัดฟุคุชิมะ หากคุณต้องการนั่งรถไฟชมวิวหิมะ เราขอแนะนำทางรถไฟสาย JR Tadami Line ที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 3 เส้นทางรถไฟที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดของญี่ปุ่น รถไฟขบวนนี้จะพาคุณวิ่งเข้าสู่โลกของหิมะขาวสะอาดและข้ามแม่น้ำทาดามิด้วยสะพานเหล็กให้ความรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในม่านเมฆ และหากคุณพอมีเวลา อย่าลืมแวะลงที่สถานีนี้เพื่อเก็บภาพของสะพานเหล็กที่สะท้อนเงาลงบนแม่น้ำทาดามิขณะถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหิมะ พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area) นาขั้นบันได โฮชิโทเกะ จังหวัดนีกาตะ นาข้าวที่เรียงเป็นขั้นบันไดนับเป็นจุดเด่นของเมืองโทกะมาจิ ผืนนาน้อยใหญ่เรียงกันกว่า 200 ขั้นกระจายตัวดูคล้ายเกล็ดปลาเกลื่อนกลาดอยู่บนผืนหิมะระยิบระยับ ไม่ว่าจะเป็นยามเช้าที่แสงอาทิตย์ส่อง ยามพลบค่ำตะวันตกดิน หรือยามค่ำคืนที่ดวงดาวเต็มฟ้า นาขั้นบันไดแห่งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่ซ้ำกัน ทำให้แม้จะมาชมอีกสักกี่ครั้งก็สร้างความประทับใจได้ทุกครั้งไป พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Nagano, Niigata area) นิวโตออนเซ็น จังหวัดอาคิตะ ท่ามกลางความหนาวเย็น หากได้แช่ออนเซ็นร้อนๆ พร้อมชมวิวของหิมะสีขาวคงรู้สึกอุ่นกายสบายใจเป็นอย่างแน่ เราขอแนะนำมาแช่ออนเซ็นกันที่นิวโตออนเซ็น ซึ่งเป็นหมู่บ้านออนเซ็นตั้งอยู่บริเวณเชิงเขานิวโตในอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมันไต ประกอบด้วยออนเซ็น 7 แห่ง แต่ละแห่งมีแหล่งกำเนิดและคุณสมบัติของน้ำแร่ที่แตกต่างกันไป ว่ากันว่าหากแช่ออนเซ็นครบทั้ง 7 แห่งนี้จะสามารถรักษาได้สารพักโรคเลยทีเดียว พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area) ออนเซ็นลิง Snow Monkey จังหวัดนากาโนะ แหล่งท่องเที่ยวของนากาโนะอันโด่งดังไปทั่วโลกคงจะหนีไม่พ้นการมาดู Snow Monkey หรือลิงออนเซ็น ที่สวนลิงจิโกคุดานิในหุบเขาโดยมีแม่น้ำโยโคยุไหลลงมาจากที่ราบสูงชิกะโคเง็น โดยเฉพาะในฤดูหนาว คุณจะได้พบกับเหล่าลิงป่าที่หนีหนาวพากันลงมาแช่ออนเซ็นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ใบหน้าของพวกมันกลายเป็นสีแดงดูน่ารักน่าชังสร้างความผ่อนคลายให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Nagano, Niigata area) ลานสกีฮาคุบะ จังหวัดนากาโนะ สำหรับใครที่สนใจเล่นสกีหรือสโนบอร์ด เราขอแนะนำจังหวัดนากาโนะอันมีชื่อเรียกอีกหนึ่งชื่อว่าเป็นสวรรค์แห่งลานสกีระดับโลก ด้วยคุณภาพของหิมะที่นุ่มละเอียดราวกับผงแป้งและลานหิมะชั้นดีที่ได้เปรียบด้วยภูมิทัศน์อันโดดเด่นของนากาโนะ นอกจากนี้ระหว่างนั่งลิฟท์ขึ้นไปบนลานสกี คุณยังจะได้พบกับทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์แดนเหนือที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวระยิบระยับสวยงามจับใจ พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Nagano, Niigata area) เทศกาลนามาฮาเกะเซโด จังหวัดอาคิตะ จังหวัดอาคิตะขึ้นชื่อเรื่องเทศกาลพื้นเมืองครื้นเครง แม้เป็นฤดูหนาวที่หิมะลงจัดชาวเมืองก็พร้อมใจกันออกมาเล่นสนุกท้าความหนาว หนึ่งในเทศกาลห้ามพลาดเลยคือเทศกาลนามาฮาเกะเซโดที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ศาลเจ้าชินซัน โดยปีศาจใส่หน้ากากยักษ์ตัวแทนแห่งเทพเจ้าขุนเขาจะออกมาร่ายรำรอบกองไฟ สร้างความครื้นเครงให้แก่ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน และสำหรับปีนี้คุณสามารถมาร่วมสนุกกันได้ในวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 18:00-20:30 พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area) เทศกาลฮาจิโนเฮะเอ็นบุริ จังหวัดอาโอโมริ หากคุณมาจังหวัดอาโอโมริทางเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ ขอแนะนำให้ลองมาสัมผัสบรรยากาศสนุกสนานในเทศกาลฮาจิโนเฮะเอ็นบุริ เทศกาลท้องถิ่นที่ได้รับเลือกเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านของญี่ปุ่น และยังเป็น 1 ใน 5 เทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย เอกลักษณ์ของเทศกาลนี้คือผู้ร่ายรำจะสวมหมวกทรงสูงตกแต่งคล้ายหัวม้าและร่ายรำโดยการโยกศีรษะอย่างแรงราวกับกำลังเกี่ยวข้าว เพื่อเป็นการขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง และในปีนี้เทศกาลจะจัดในช่วงวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2020 พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area) หม้อไฟคิริทัมโปะ จังหวัดอาคิตะ อาหารที่กินแล้วฟินที่สุดในฤดูหนาวคงหนีไม่พ้นหม้อไฟ วันนี้เราพามาลองชิมหม้อไฟคิริทัมโปะสุดแปลกของชาวอาคิตะกัน เริ่มด้วยคิริทัมโปะซึ่งก็คือแป้งบดพันรอบแท่งไม้แล้วนำไปย่างบนเตาถ่านจนหอมกรุ่น จากนั้นนำไปต้มต่อในซุปไก่บ้านพันธุ์ท้องถิ่นของอาคิตะ เคี่ยวพร้อมเห็ดไมตาเกะและผักชีฝรั่งยิ่งเพิ่มรสกลมกล่อม ทานแล้วรู้สึกอบอุ่นทั้งกายและใจเป็นที่สุด พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area) หอยนางรม จังหวัดมิยากิ ภูมิภาคโทโฮคุขึ้นชื่อในเรื่องอาหารทะเลคุณภาพชั้นเลิศ เราขอแนะนำเมนูหอยนางรมของจังหวัดมิยากิ ด้วยบริเวณอ่าวทะเลซันริคุนั้นอุดมไปด้วยธรรมชาติและคุณภาพน้ำทะเลที่มีสารอาหารบ่มเพาะให้หอยนางรมมีรสชาติเข้มข้น หวานฉ่ำ และเนื้อแน่น จึงทำให้หอยนางรมของที่นี่มีรสชาติโดดเด่นกว่าที่อื่น หากคุณมาจังหวัดมิยากิ ไม่ควรพลาดที่จะลิ้มลองความอร่อยของเมนูหอยนางรม โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลหอยนางรมคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area) ปูหิมะโชไนคิตะมาเอะ จังหวัดยามากาตะ ภูมิภาคโทโฮคุเรียกได้ว่าเป็นแหล่งทานอาหารทะเลรสเลิศ อีกเมนูที่น่าสนใจคือปูหิมะโชไนคิตะมาเอะที่หาดโชไน จังหวัดยามากาตะ เนื่องจากบริเวณนี้เปิดพื้นที่ให้ลงจับปูหิมะได้เร็วกว่าที่อื่นถึง 1 เดือนโดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนเมษายนของปีถัดไป อีกทั้งขนาดของปูที่หนักกว่า 1 กิโลกรัม กับเส้นผ่านศูนย์กลางของกระดองที่กว้างกว่า 13 เซ็นติเมตร โดยเมนูขึ้นชื่อที่หาดโชไนคือชาบูปูหิมะ รับรองปูสดอร่อยฟินไม่รู้ลืม พาสที่แนะนำ : JR EAST PASS(Tohoku area)

โนเบิลฯ จัดเต็มรับต้นปี ส่ง 2 ลักซ์ชัวรี่คอนโดบนที่สุดของโลเคชั่น เพลินจิต-พร้อมพงษ์ โดยมี 2 โครงการที่เข้าร่วม โครงการ Noble Ploenchit คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ระดับพรีเมียม ติด BTS เพลินจิต ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วย Private Lift ทุกยูนิต ในราคาสุดพิเศษ ONE PRICE เริ่มต้นที่ 200,000 บาท/ตร.ม.* ราคาโปรโมชั่นนี้มีจำนวนจำกัด และมาพร้อมโครงการ Noble BE 19 บนสุดยอดโลเคชั่นสุขุมวิท 19 ใกล้ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท โดย 1 ห้องนอนเล็ก เริ่มต้น 5.8 ล้าน* และ 1 ห้องนอนใหญ่เริ่มต้น 7.5 ล้าน* มาพร้อม Facilities ที่ครบครัน ทั้งอาคารดีไซน์โมเดิร์น ออกแบบเพดานสูง 3 เมตรทุกห้อง กับโอกาสให้เป็นเจ้าของเพียง 10 ยูนิต เท่านั้น  ทั้งนี้ข้อเสนอพิเศษของ 2 ลักซ์ชัวรี่คอนโดมิเนียมที่โนเบิลฯจัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้มีความคึกคักเพิ่มยิ่งขึ้นในปีนี้ สำหรับข้อเสนอพิเศษนี้มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 เท่านั้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.noblehome.com หรือสอบถามโทร. 02-251-9955  

บนพื้นที่กว่า 21 ไร่ ณ ถนนสายหางดง-สะเมิง ห่างจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ราว 21 กิโลเมตร "ฟลอร่า ครีค" ตั้งอยู่ท่ามกลางทัศนียภาพที่งดงามของกฤษดาดอย อุทยานดอกไม้ในตำนานของเชียงใหม่   รีสอร์ตหรูแฝงความอบอุ่น รูปแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งและบริการที่น่าประทับใจ ทุกห้องพักสวย สบายตาในโทนสีเบจ ผสมผสานกับความอ่อนหวานของดอกไม้ได้อย่างละมุนละไม อาคารที่พักแต่ละหลังตกแต่งด้วยอิฐและไม้ วางตัวเรียงราย ดูคลับคล้ายโรงนาในต่างประเทศ ลงตัวกับบรรยากาศที่แวดล้อมด้วยดอกไม้และสายน้ำ ที่นี่มีห้องพัก 70 ห้อง ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีพูลวิลล่าที่กว้างขวางพร้อมห้องนั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำให้คุณแหวกว่ายอย่างเป็นส่วนตัว ปล่อยใจเป็นอิสระ ทอดสายตาไปสุดขอบฟ้า ด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ทำให้ทุกห้องพักที่นี่มีบรรยากาศใหม่ๆ ที่สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนเสมอ โดยมีพรรณไม้ดอกและกลิ่นดอกไม้เป็นนางเอก ที่จะเปลี่ยนโทนการตกแต่งห้องเป็นเฉดสีต่างๆ ไปตามฤดูกาล สร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละช่วงเวลา ชวนให้กลับมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่มีเบื่อ วันเวลาที่ ฟลอร่า ครีค อาจหมดไปกับการเดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์เพลิดเพลินไปกับแมกไม้ สายน้ำ และสวนสวยที่มีพื้นที่ถึง 15 ไร่ ซึ่งร่วมออกแบบจัดแต่งโดยนักจัดดอกไม้ชื่อดัง ที่นี่มีสระว่ายน้ำในบรรยากาศที่แสนเป็นธรรมชาติ เคียงขนานไปกับลำธาร โอบล้อมด้วยไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น มีฟิตเนสที่เปิดรับวิวสวนสวยภายนอก โปร่งสบายตา หรืออาจเลือกผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ให้ถึงที่สุดแห่งความสบาย กับหลากหลายทรีตเมนต์ที่ Green House Spa หากต้องการเข้าไปเที่ยวเล่นในตัวเมืองเชียงใหม่ ก็ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น โรงแรมมีบริการรถรับส่ง หรือขับรถไปเองก็สะดวกง่ายดาย ที่ ฟลอร่า ครีค มีห้องอาหารให้บริการสองแห่ง คือ Creek Cafe ห้องอาหารที่ตกแต่งในสไตล์ทรอปิคอลล้านนา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า บริการอาหารไทยแท้ๆ และอาหารนานาชาติให้เลือกรับความอร่อยได้ตลอดทั้งวัน หรืออิ่มเอมกับธรรมชาติ เสียงน้ำตก และสวนดอกไม้ ไปพร้อมๆ กับเบเกอรี่และเครื่องดื่มที่ "เฟื่องฟ้า บิสโทร" ห้องอาหารในเรือนปีกไม้หลังใหญ่ริมธารน้ำ   ฟลอร่า ครีค ยังพร้อมรองรับการประชุมสัมมนา งานแต่งงาน และงานจัดเลี้ยง ด้วยห้องประชุมที่กว้างขวาง ท่ามกลางธรรมชาติ ขุนเขา สร้างบรรยากาศให้ทุกงานน่าประทับใจ อากาศที่บริสุทธิ์สะอาด ต้นไม้ดอกไม้นานาพันธ์ุ และบริการในระดับ 5 ดาว ทำให้ช่วงเวลาที่ ฟลอร่า ครีค เป็นความสุขสดชื่น เป็นการพักผ่อนที่เต็มอิ่ม ไม่ว่าจะในฤดูไหน ที่นี่ก็มีแต่ความสวยงามน่าจดจำ