TOP
h
  /  NEWS & UPDATE

หากต้องนำรถยนต์ที่เรารักเข้าศูนย์บริการ ต้องมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง เบนซ์พระราม 3 นับเป็นศูนย์ซ่อมที่มีความทันสมัย ได้มาตรฐานสูงสุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และได้การรับรองโดย เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) การันตีคุณภาพและความสามารถ ด้วยจำนวนผู้นำรถยนต์เข้ารับบริการมากที่สุดในประเทศไทย สามารถดําเนินการซ่อมได้ ทั้งงานซ่อมสีทั่วไป และงานซ่อมตัวถัง ยิ่งไปกว่านั้นสําหรับรถที่ประสบอุบัติเหตุ ก็พร้อมให้บริการด้วยทีมงานผู้มากประสบการณ์ ตู้พ่นสีมาตรฐาน ทันสมัย สีนกแก้ว 2K เต็มระบบ และอะไหล่แท้จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซ่อมสีรอบคันเสร็จภายใน 9 วัน พร้อมรับส่วนลดค่าใช้จ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2491 8899 Line@: @benzpraram3

โรงเรียนนานาชาติ คิงส์คอลเลจกรุงเทพ รวมพลังปันบุญจากผู้ที่มีหัวใจอันยิ่งใหญ่ และเสียสละ เข้าร่วมโครงการ The "WeCare & WeShare Stop COVID-19" campaign, blood donation หรือ โครงการ “เราห่วงใย เราแบ่งปัน” ด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อต่อชีวิตคนไทย ซึ่งในช่วงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้โลหิตสำรองของประเทศอยู่ในขั้นวิกฤติ  โดยได้รับการตอบรับความตั้งใจจาก สภากาชาด ในการดำเนินการตั้งจุดรับบริจาคโลหิต ณ อาคารไอทาวเวอร์ โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างไม่หยุดหย่อน ตลอด 5 ชั่วโมง แห่งการรับบริจาค เพื่อรองรับผู้มีความประสงค์ที่จะบริจาคโลหิตกว่า 200 ท่าน ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เชื่อว่าการช่วยเหลือผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่สามารถเริ่มจากการแบ่งปันสิ่งที่ตนเองมีเพียงคนละเล็กน้อย ก็สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของคนจำนวนมากได้ โรงเรียนนานาชาติ คิงส์คอลเลจกรุงเทพ ขอเป็นส่วนหนึ่งของการรวมพลังจากทุกคน เพราะพลังเล็กๆ จากคนหนึ่งคน เมื่อรวมกันก็จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสังคม และเราเชื่อว่าหัวใจที่ยิ่งใหญ่จะพาพวกเราไปได้ไกลกว่า โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พวกเราต้องร่วมมือกันเพื่อฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ 

เมื่อ “หน้ากากอนามัย” กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพกติดตัวตลอด เพื่อป้องกันการแผร่กระจายเชื้อไวรัส COVID-19 แต่การเข้าถึงหน้ากากอนามัยในราคามาตราฐาน ไม่ใช่เรื่องง่าย AB. Angelys Balek (เอบี แอนเจลิส บาเลก) แบรนด์ชุดว่ายน้ำสัญชาติไทย ที่ไปโด่งดังไกลถึงอเมริกาและยุโรป จัดแคมเปญ “Send Love” ส่งต่อความรักและความห่วงใย เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน โดยทางแบรนด์จะบริจาค 10% ในทุกๆ ยอดการซื้อสินค้าจากลูกค้าทั้งในประเทศไทย และลูกค้าจากทั่วโลก มอบให้กับโครงการธนาคารหน้ากาก (Mask Bank) เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนหน้ากาก และสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ร่วมกันต้านวิกฤติไวรัส COVID-19 ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalekth   

นิยามใหม่แห่งการใช้ชีวิตใจกลางเมืองกำลังจะเปลี่ยนไป ด้วยที่สุดแห่งโครงการสุดลักซ์ชัวรี่ วินด์เชลล์ นราธิวาส (Windshell Naradhiwas) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ ผลงานการรังสรรค์ของ บริษัท วาย แอล พี จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไฮเอนด์ชั้นนำของไทยที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ในการสร้างสรรค์โครงการที่พักอาศัยคุณภาพมาต่อเนื่อง ล่าสุด ชูแนวคิดใหม่ของการอยู่อาศัยอย่าง ‘Tropical Stacking Home’ โดดเด่นด้วยการออกแบบทุกฟังก์ชั่นในคอนโดฯ ให้เหมือนการใช้ชีวิตในบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองครั้งแรกในโลก "เพื่อให้โครงการตอบโจทย์ครอบครัวหรือมืออาชีพที่กำลังมองหาที่พักอาศัยที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ และยังเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายอย่างรู้ใจ นอกจากจะปักหมุดในทำเลใจกลางเมืองอย่างสาทร ซึ่งเป็นย่านธุรกิจแล้วยังเติมเต็มความสุขของผู้อยู่อาศัยในรูปแบบดูเพล็กซ์ขนาดใหญ่ มาพร้อมโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (shear wall) ทำให้ไม่มีเสาหรือคานในห้อง เปรียบเสมือนกับผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่แสนยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้ที่เป็นเจ้าของแต่งแต้มจินตนาการ ในการออกแบบและตกแต่งได้ตามใจและไร้ข้อจำกัด แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องฟังก์ชั่นในห้อง เพราะคำนึงถึงการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง จึงออกแบบให้หันหน้าเพื่อเปิดรับลมธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี สามารถควบคุมการไหลเวียนของอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จนแทบไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา" -นายโชติพล เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาย แอล พี จำกัด  เท่านั้นยังไม่พอ วินด์เชลล์ นราธิวาส ยังทลายกรอบความเชื่อในการอยู่คอนโดฯแบบเดิม ๆ ที่ไม่ต่างจากการอยู่ในกล่องกระจก ด้วยพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกออกแบบมุมพักผ่อนบริเวณระเบียงเป็นสวนหย่อม หรือแปลงโฉมเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวได้ตามความต้องการ ถ้ายังไม่จุใจยังมีพื้นที่สวนหลังบ้านที่ช่วยการหมุนเวียนระบายอากาศทุกยูนิต โดยพื้นที่ส่วนนี้ทำหน้าที่เหมือนหลังบ้านบนดิน สามารถติดตั้งงานระบบต่าง ๆ ส่วนครัวไทยได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นหรือจะใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง ตากผ้า และเก็บของก็เนรมิตได้ดั่งใจ นอกจากนี้ เพื่อให้สมกับคอนเซ็ปต์โครงการที่ต้องการหลอมรวมเสน่ห์ของบ้านและคอนโดฯ ไว้ในหนึ่งเดียว จึงนำเสนอความเป็นส่วนตัว ด้วยการออกแบบให้แต่ละชั้น มีเพียง 2 ยูนิต โดยมีลิฟท์ 2 ตัว สำหรับให้บริการลูกบ้านแยกฝั่งกันอย่างชัดเจน พร้อมโถงลิฟท์ส่วนตัวทุกห้อง เหนือชั้นไปกว่านั้น คือ ยินดีฉีกกฎเหล็กของคอนโดฯ ให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ตามใจปรารถนา เพราะเข้าใจดีว่า สัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว เพียงแต่ต้องเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่รบกวนทำความรำคาญใจให้กับเพื่อนบ้าน วินด์เชลล์ นราธิวาส ยังเติมเต็มความสุขที่คนเมืองมองหาด้วยการใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสวนหย่อมที่ทางโครงการรักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมไม่พอ ยังปลูกเพิ่มอีกมากกว่า 100 ต้น พื้นที่ส่วนกลางบนชั้นดาดฟ้าที่ประกอบด้วยมุมร่มรื่นของสวนหย่อมและต้นไม้ใหญ่ สระว่ายน้ำความยาว 23 เมตร และ สระเด็ก ฟิตเนส ห้องอบไอน้ำ และห้องครัวแบบ Communal Kitchen และห้อง Multi-Purpose สำหรับพักผ่อนหย่อนใจหรือพบปะสังสรรค์เมื่อมีแขกมาเยือน ประสบการณ์ใช้ชีวิตเหนือระดับ แบบไม่จำกัดกรอบนี้ สร้างมิติใหม่ให้ วินด์เชลล์ นราธิวาส เป็นมากกว่าไฮไรซ์คอนโดฯทั่วไป แต่เปรียบเสมือนการนำบ้านแต่ละหลังมาบรรจงซ้อนกันเป็นอาคารสูง 28 ชั้น สมกับเป็นจุดนัดพบระหว่างชีวิตแนวราบและแนวดิ่งแห่งโลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ความสุขที่ไม่ได้อยู่ในจินตนาการนี้พร้อมให้สัมผัสแล้ว โดย โครงการ วินด์เชลล์ นราธิวาส เป็นโครงการแบบฟรีโฮลด์ เปิดขายในรูปแบบ bare shell ดูเพล็กซ์ขนาด 453 ตารางเมตร และ 562 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 78 ล้านบาท สำหรับท่านที่สนใจและกำลังมองหาบ้านคุณภาพดีใจกลางเมือง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อนัดหมายล่วงหน้าเพื่อรับชมโครงการได้ที่ โทร. 092-652-5544 อีเมล์ info@windshell.com หรือคลิกไปที่เว็บไซต์ www.windshell.com

โนเบิลฯ จัดเต็มรับต้นปี ส่ง 2 ลักซ์ชัวรี่คอนโดบนที่สุดของโลเคชั่น เพลินจิต-พร้อมพงษ์ โดยมี 2 โครงการที่เข้าร่วม โครงการ Noble Ploenchit คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ระดับพรีเมียม ติด BTS เพลินจิต ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วย Private Lift ทุกยูนิต ในราคาสุดพิเศษ ONE PRICE เริ่มต้นที่ 200,000 บาท/ตร.ม.* ราคาโปรโมชั่นนี้มีจำนวนจำกัด และมาพร้อมโครงการ Noble BE 19 บนสุดยอดโลเคชั่นสุขุมวิท 19 ใกล้ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท โดย 1 ห้องนอนเล็ก เริ่มต้น 5.8 ล้าน* และ 1 ห้องนอนใหญ่เริ่มต้น 7.5 ล้าน* มาพร้อม Facilities ที่ครบครัน ทั้งอาคารดีไซน์โมเดิร์น ออกแบบเพดานสูง 3 เมตรทุกห้อง กับโอกาสให้เป็นเจ้าของเพียง 10 ยูนิต เท่านั้น  ทั้งนี้ข้อเสนอพิเศษของ 2 ลักซ์ชัวรี่คอนโดมิเนียมที่โนเบิลฯจัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้มีความคึกคักเพิ่มยิ่งขึ้นในปีนี้ สำหรับข้อเสนอพิเศษนี้มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 เท่านั้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.noblehome.com หรือสอบถามโทร. 02-251-9955  

ซิตี้แบงก์ และ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว “บัตรเครดิตซิตี้ เมอร์เซเดส” ชูแนวคิด “ความเหนือระดับที่พร้อมไปกับคุณทุกที่ Privilege Always Drive With You” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า ทั้งเอกสิทธิ์พิเศษจากผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงสิทธิพิเศษด้านการเดินทาง และไลฟ์สไตล์อีกมากมาย ที่จะตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ถือ บัตรเครดิตซิตี้ เมอร์เซเดส (Citi Mercedes Credit Card) ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้อย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ ยังได้ เผยโฉม 3 Brand Endorsers ได้แก่ “ปรางค์” อภินรา ศรีกาญจนา คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว, “อั๋น” ภูวนาท คุนผลิน ผู้มีความมั่นคงในชีวิต และพร้อมสำหรับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น และ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จและมุ่งมั่นที่จะเติมเต็มความฝัน ซึ่งทั้งสามต่างเป็นผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ ตัวจริง และคือตัวแทนที่สะท้อนถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบัตรเครดิตซิตี้ เมอร์เซเดส

ใกล้เข้าสู่เวลาช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลแห่งความสุขประจำปีที่หลายต่อหลายคนรอคอยเพื่อที่จะมอบ "ของขวัญ" ให้กับคนที่คุณรัก ทว่าการเลือกของขวัญก็จำเป็นมากเพราะเป็นการสื่อความหมายได้ดี ผ่านของขวัญที่คุณมอบให้จากใจผู้ส่งถึงผู้รับ ได้อย่างน่าชื่นชม เราจึงแนะนำมอบสุขภาพดีให้กับคนที่คุณรัก ด้วย 4 กิ๊ฟต์เซตของขวัญแห่งความสุข BDMS WELLNESS CLINIC  ชุดของขวัญ Executive Wellness Selection เติมความสดใสมีชีวิตชีวา บำรุงสมองและสายตา ด้วย Royal Cordyceps Mix C, BRN Gevity และ Vitalutein Plus ราคา 7,190 บาท    ชุดของขวัญ Vision and Brain Boosting เสริมสร้างความจำ ลดความเครียด พร้อมบำรุงสายตาด้วย Royal BRN Gevity และ Vitalutein Plus ราคา 4,190 บาท    ชุดของขวัญ Wellness Healthy เติมความอ่อนเยาว์ พร้อมกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันด้วย Royal Cordyceps Mix C ราคา 3,000 บาท  ชุดของขวัญ Bone and Brain Longevity สร้างความแข็งแรงให้กระดูกและข้อ บำรุงสมอง ช่วยให้นอนหลับเต็มอิ่มด้วย Royal Calcium-LT และ Lecithin Capsule ราคา 2,450 บาท สนใจสั่งซื้อ 4 กิ๊ฟต์เซตของขวัญแห่งความสุข BDMS WELLNESS CLINIC ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 มกราคม 2563

"F1 in Schools Thailand" ร่วมกับโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิศวกรรมยานยนต์ ผ่านการออกแบบสร้างรถแข่ง F1 คันจิ๋ว!” ในรูปแบบ 3 มิติ มุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ 4 สาขาวิชาหลัก ประกอบด้วย วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรม (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) ทั้งยังได้เรียนรู้ ด้านการตลาด การเงิน การออกแบบ การสื่อสาร การบริหารจัดการต่างๆ ตามแนวทางของ “STEM Challenge” ซึ่งเป็นหลักสูตรนี้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก มาใช้ในการออกแบบสร้างสรรค์ “รถแข่งF1 จิ๋ว” โดยใช้ซอฟต์แวร์ CAD / CAM ทำงานร่วมกันออกแบบวิเคราะห์ ผลิต ทดสอบและแข่งรถยนต์ขนาดเล็ก ให้มีสมรรถนะสูงสุด รูปลักษณ์สวยงาม และวิ่งได้เร็วที่สุด แล้วจำลองต้นแบบรถฟอร์มูล่าวัน (F1 model block) ในรูปแบบ 3 มิติ ด้วยDenford เครื่องพิมพ์3 มิติ แล้วขับเคลื่อนโดยเเก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โปรแกรมนี้ จะมุ่งเน้นไปที่เด็กช่วงอายุที่ 9 -19 ซึ่ง F1 in Schools เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่ไม่เหมือนใคร ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้ด้านวิศวกร นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสที่เด็กไทยจะได้เข้าร่วมการแข่งขันประลองความเร็วของรถแข่งจำลองระหว่างประเทศ ในระดับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา อายุ 11-19 ปี บนรางที่มีความยาว 20 เมตร และทำงานต้องเสมือนจริงกับทีมแข่ง รถฟอร์มูล่า1 ในสนามใหญ่ เริ่มตั้งแต่การออกแบบ วิเคราะห์ ผลิต ทดสอบ ตลอดจนการหาทุนสนับสนุน ถือเป็นการเรียนรู้ที่ผสานศาสตร์และศิลป์ ร่วมกันได้อย่างลงตัว เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตสู่อาชีพในอนาคต ทั้งนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านคว้าตำแหน่งอันดับ 6 ของโลก และที่ 1 ของเอเชีย จากการแข่งขัน F1 in Schools World Finals 2018 ที่ประเทศสิงคโปร์ และทีม “เตโช เรสซิง” จากการแข่งขัน F1 in Schools World Finals 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย โดยหวังว่าในอนาคตทีมไทยจะเป็นผู้ชนะการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลก ปัจจุบัน F1 in Schools Thailand ร่วมกับโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ เปิดสอน "STEM Challenge" ทั้งหมด 12 โปรแกรม ประกอบด้วย 1)Space – Nanosatellite, 2)Air - (First Person View) FPV Drone, 3)Land - F1 in Schools Car, 4)Terrain - Remote Control 4x4 Vehicle, 5)Sea - Subs in Schools Submarine, 6) Autodesk - Fusion360, 7)Denford - CNC Machine, 8)Esports - F1 Simulator, 9)Jaguar Primary Schools Challenge - Paper Cars powered by 4grams Co2, 10)Denford Primary STEM Project - Paper Cars powered by an air pump, 11) Aquaponics - Vertical Farming, 12) Warhammer - Board game based on Arts and Strategy. โดยเปิดรับบุคคลทั่วไป เด็กอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป ผู้ปกครอง และคุณครู ทั้งรายบุคคลหรือทีม และเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในระดับนานาชาติ ด้วยการแข่งขัน F1 in Schools STEM Challenge ที่เป็นแกนหลัก ซึ่งโปรแกรมนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาด้านทักษะและความรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทางสาขาอาชีพการงานในอนาคต ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครสมาชิกได้ที่ โรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ ซอยรามคำแหง 68 บางกะปิกรุงเทพฯ หรือ https://pensmithschool.ac.th/ ดร.จักรพรรดิ พิทักษ์ธารารวย ผู้อำนวยการโครงการ "F1 in Schools Thailand" ผู้ริเริ่มโครงการฯ ในประเทศไทย กล่าวว่า “F1 in Schools Ltd เป็น บริษัท ที่ไม่แสวงหาผลกำไรก่อตั้งขึ้นโดยมีพันธมิตรที่มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การศึกษาที่น่าตื่นเต้น แต่ท้าทายผ่านการดึงดูดแม่เหล็กของฟอร์มูล่า1 ให้กับเยาวชน การออกแบบรถฟอร์มูล่า1 ถือเป็นความท้าทายเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนใช้เทคโนโลยี เรียนรู้เกี่ยวกับฟิสิกส์ อากาศพลศาสตร์ การออกแบบ การผลิต การสร้างแบรนด์ กราฟิก การสนับสนุน การตลาด การเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม ทักษะการใช้สื่อและกลยุทธ์ทางการเงินและนำไปใช้ในทางปฏิบัติจินตนาการการแข่งขันที่น่าตื่นเต้น ทั้งยังได้ร่วมมือกับพันธมิตร DENFORD ภายใต้โครงการ F1 in Schools Primary STEM Project powered by DENFORD ในการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตรถแข่ง รวมถึงอุปกรณ์สิ้นเปลืองครบวงจร F1 Model Blocks, Wheel, Axles, Stands Stands และ CO2 Power Packs รวมถึง Race Track นายพอ อู่อุดมยิ่ง ผู้จัดการทีม เพอร์ซูทเรสซิง กล่าวว่า “ในฐานะของเยาวชนไทยรู้สึกภูมิใจที่ประเทศไทยได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงในเวทีนี้ โดยในปีที่แล้วทีมสามารถคว้าชัยชนะมาได้ถึง 2 รางวัล คือ “Team Website Award” รางวัลเว็บไซต์ยอดเยี่ยม และ “Autodesk Pressure Challenge Award” ซึ่งเป็นการแข่งขันรอบพิเศษที่ผู้เข้าแข่งขันจะไม่ทราบโจทย์ล่วงหน้า และมีเวลาเพียง 2 ชั่วโมงเพื่อนำเสนอแผนงาน”

วันเดอร์ฟรุ๊ต (Wonderfruit) เฟสติวัลระดับโลกโดยคนไทย จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองงานศิลปะ ดนตรี อาหาร และไอเดียสร้างสรรค์ กลับมาอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2562 นี้ ชู คอนเซ็ปต์ “ป๊อปอัพซิตี้” แนวคิดการสร้างเมืองในอุดมคติตามวิถีความยั่งยืน ด้วยการนำประสบการณ์และการเรียนรู้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รังสรรค์เมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนอยากมีส่วนร่วม พีท-ประณิธาน พรประภา ผู้ก่อตั้ง วันเดอร์ฟรุ๊ต กล่าวว่า “เราจำลองเมืองที่เราอยากจะเห็นขึ้น เมืองที่จะเชื่อมโยงผู้คนให้มาร่วมแสดงพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ที่จะส่งผลต่อสังคมและโลกใบนี้ ทีมงานของเรามีความตั้งใจที่จะออกแบบทุกองค์ประกอบพื้นฐานของเมือง ด้วยแนวคิดใหม่ๆ ที่ให้แรงบันดาลใจ และมีประสิทธิภาพ ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการทำสิ่งดีๆ ร่วมกัน” ภายใน “ป๊อปอัพซิตี้” ที่วันเดอร์ฟรุ๊ตสร้างขึ้น วันเดอเรอร์จะได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ซึ่งไฮไลท์ในเฟสแรกนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ต ประกาศการทำงานร่วมกับโปรเจ็ค Musicity ซึ่งก่อตั้งโดย Nick Luscombe กูรูด้านดนตรีและดีเจมากฝีมือจาก BBC 3 ที่ได้จับมือกับเหล่าโปรดิวเซอร์จากค่าย Erased Tapes อาทิ Daniel Brandt & Eternal Something, Douglas Dare, Hatis Noit, Midori Hirano และ Rival Consoles รวมถึงศิลปินไทย ครั้งแรกที่ศิลปินจากโปรเจ็ค Musicity จะมาทำเพลงซาวด์แทร็คให้กับแลนด์มาร์คต่างๆ ของกรุงเทพฯ พร้อมกับนำเพลงที่แต่งไปโชว์กันสดๆ บนเวที เธียเตอร์ สเตจ (Theatre Stage) ในงานปีนี้ ทางฝั่ง โซลาร์ สเตจ (Solar Stage) ของศิลปินนักออกแบบ Greg Fleishman ที่กลายเป็นไฮไลท์สปอตในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกของทุกคน เวทีโครงสร้างโมดูลาร์จะกลับมาพร้อมการปรับดีไซน์กันอีกครั้ง เพิ่มพื้นที่ให้ร่มเงา พร้อมให้วันเดอเรอร์ได้ปีนป่าย และนั่งชมการแสดงจากมุมต่างๆ ได้มากขึ้น โดยศิลปินเฟสแรกของโซลาร์ สเตจ ครั้งนี้นำโดย Acid Pauli, Arp Frique & Family, Daddy G (จากวง Massive Attack), Floating Points, Gidge และ Trojan Sound System ด้านเดอะ ควอรี่ (The Quarry) จุดรวมตัวของคอดนตรีสายลึก เตรียมต้อนรับการกลับมาของ Craig Richards ศิลปินเพลงอันเดอร์กราวน์ระดับตำนาน เจ้าของโปรเจ็ค “Collisions” ที่เขาได้คัดเลือกศิลปินที่มีแนวเพลงโดดเด่นเฉพาะตัว สะท้อนภาพวงการเพลงอันเดอร์กราวน์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ตยังประกาศความพิเศษของเวที "เดอะ ควอรี่" ในปีนี้ ที่จะขยายเวลาให้ได้เต้นกันตั้งแต่กลางวัน แฟนเพลงอันเดอร์กราวน์ เตรียมพบกับ Binh, Bobby., Craig Richards, DOTT, Felix Dickinson, Nick The Record, Powder, Sonja Moonear และ Willow ฟอร์บิดเดน ฟรุ๊ต (Forbidden Fruit) โครงสร้างไม้ไผ่ดีไซน์สวยงาม พร้อมเปิดฟลอร์เต้นรำให้เหล่าวันเดอเรอร์ได้ปล่อยลีลาเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ วันเดอร์ฟรุ๊ต เตรียมยกพื้นที่ให้กับเหล่าศิลปินจากค่าย Ed Banger Records นำโดย Breakbot & Irfane, Busy P, Myd และ Yasmin และอย่าพลาดการอุ่นเครื่องปาร์ตี้กับบีทเพลงสนุกๆ จาก Colleen 'Cosmo' Murphy และอีกสุดยอดความทรงจำที่ทุกคนพูดถึงจากปีที่แล้ว เวที โพลิกอน (Polygon) กับระบบซาวน์แบบ 360 องศาหนึ่งเดียวของโลก จะกลับมาพร้อมเทคโนโลยีวิช่วลแบบไฮเดฟ และระบบเสียงรอบทิศทาง กับไลน์อัพศิลปิน-ดีเจแนวอิเล็คทรอนิกส์แบบจัดเต็ม อาทิ Alban Endlos, Alejandro Castelli, Dandara, Holed Coin, Kusht, Luis Rosenberg, Martha Van Straaten, Matanza, Miret, Reple, Sainte Vie, Spaniol, Timboletti และ Xique-Xique เป็นต้น นอกเหนือจากประสบการณ์ทางดนตรีที่อัดแน่นแล้ว ยังมีโปรแกรม Scratch Talks ที่วันเดอร์ฟรุ๊ตได้เชิญเหล่าผู้นำทางความคิดจากทั่วโลก มาแชร์เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ให้กับเหล่าวันเดอเรอร์ โดยในปีนี้ก็ยังคงจัดขึ้นใน Eco Pavilion ภายใต้ธีมหัวข้อ LIVE, LOVE และ WONDER และสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ Wonderness คือพื้นที่ที่จะเปิดโอกาสให้วันเดอเรอร์ได้สำรวจ และค้นพบตนเอง ผ่านการทำเวิร์คช็อป กิจกรรม และการรักษาในรูปแบบต่างๆ เช่น การฝึกโยคะ การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจด้วยเสียง (sound bath) พิธีกรรมแบบชาแมน (shamanic ceremony) เป็นต้น โดยในปีนี้ จะมีกิจกรรมที่นำเอาภูมิปัญญาไทยเข้ามาผสมผสาน ให้วันเดอเรอร์ได้รับพลัง พร้อมฟื้นฟูร่างกายและจิตใจตามวิถีดั้งเดิมที่ถูกนำมาตีความและนำเสนอในรูปแบบใหม่ วันเดอร์ฟรุ๊ตยังคงเดินหน้าเตรียมกิจกรรม และประสบการณ์อีกมากมาย ซึ่งจะประกาศออกมาให้ทราบในเฟสถัดไป   #Wonderfruit2019 จะจัดขึ้นในวันที่ 12-16 ธันวาคม ณ เดอะฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา ราคาบัตรเฟสแรก จำหน่ายในราคาเริ่มต้น ที่ 5,900 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ราคาบัตรและที่พักประเภทต่างๆ ได้ที่ เว็บไซต์วันเดอร์ฟรุ๊ต  โดยติดตามการอัพเดทข่าวสารและกิจกรรมของวันเดอร์ฟรุ๊ตผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่ เว็บไซต์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และ ยูทูป   https://www.youtube.com/watch?v=O2PABkA4khE&feature=emb_logo