TOP
h
  /  NEWS & UPDATE

ซิตี้และแกร็บประกาศความยิ่งใหญ่เปิดตัวบัตรเครดิตโคแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่สองต่อจากฟิลิปปินส์ ลูกค้าแกร็บรับสิทธิประโยชน์ระดับแพลทตินัมจากแกร็บ เมื่อสมัครบัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ พร้อมความคุ้มค่ามากขึ้นด้วยคะแนนซิตี้ รีวอร์ด พ้อยท์ 10 เท่าทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายผ่านแกร็บ พร้อมสิทธิพิเศษมากมายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อความสะดวกสบายมากกว่าที่เคย สมัครวันนี้ รับคืน 3,000 บาท (ส่วนลดแกร็บ มูลค่า 2,000 บาท และเครดิตเงินคืน 1,000 บาท) พร้อมรับความสะดวกจากการจับจ่ายโดยไม่ต้องใช้เงินสด เมื่อใช้บริการจากแกร็บ และสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์อีกมากมาย บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ผู้นำด้านบัตรเครดิตระดับโลก จับมือ แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศเปิดตัวบัตรเครดิตโคแบรนด์เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ บัตรเครดิต “ซิตี้แกร็บ” (Citi Grab credit card) เพื่อเจาะตลาดไลฟ์สไตล์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่มีมูลค่าสูง หลังจากที่เปิดตัวบัตรเครดิตเป็นครั้งแรกในฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บัตรเครดิตซิตี้แกร็บ พร้อมแล้วที่จะให้บริการในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   งานเปิดตัวบัตรเครดิต “ซิตี้แกร็บ” ในประเทศไทย จัดขึ้นที่แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเผยโฉมบัตรเครดิตใหม่ล่าสุด และสิทธิประโยชน์เหนือระดับมากมาย โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมได้แก่ มร. ทีบอร์ พานดิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย, วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย, มร. ซานดีพ บาตระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ธนาคารซิตี้ ประเทศไทย, มิสอุย ฮุ่ย ทิง กรรมการผู้จัดการ แกร็บเพย์, นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย และ นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการแกร็บเพย์ประจำประเทศไทย แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ค่ำคืนแห่งความพิเศษมาพร้อมกับความบันเทิงเพื่อสร้างสีสันให้แก่งานนี้ รวมถึงการแสดงสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากนักแสดงหนุ่มชื่อดัง “เจมส์” จิรายุ ตั้งศรีสุข นอกจากนี้ยังมีเกมสนุกๆ ให้แขกผู้มีเกียรติได้ลองเล่น ได้แก่ เกมวีอาร์ Fast Grabber VR และตู้คีบรางวัลเพื่อลุ้นโค้ดส่วนลดจากแกร็บ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียงถ่ายภาพและโพสต์ลงเฟสบุ๊กหรืออินสตาแกรม ตั้งค่าเป็นสาธารณะ และใช้ แฮชแท็ก #CitiGrab #GrabLifeInTheFastLane "บัตรเครดิต ซิตี้แกร็บ" เป็นบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์การขยายธุรกิจของแกร็บ เพื่อมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้ใช้บริการด้วยการขยายขอบเขตการให้บริการ บัตรเครดิตซิตี้แกร็บเป็นบัตรที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ใช้แกร็บ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการบริการด้านการเดินทาง แต่ยังรวมไปถึงการบริการอื่นๆ เพื่อชีวิตที่สะดวกสบายและรวดเร็วขึ้น พร้อมความคุ้มค่าทุกการจับจ่าย อีกทั้งยังมอบสิทธิประโยชน์พิเศษผ่านแอปแกร็บอีกด้วย บัตรเครดิตนี้จะมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับ และสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดการใช้บริการ รับเงินคืน หรือการสะสมคะแนนกับแกร็บและซิตี้ ผู้ใช้แกร็บที่ใช้บริการของแกร็บเป็นประจำทุกวัน จะได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นเมื่อจับจ่ายผ่านบัตรเครดิตใบนี้   เป้าหมายของบัตรเครดิตนี้ก็คือผู้ใช้บริการแกร็บ เพราะบัตรเครดิตนี้ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคที่ใช้โทรศัพท์เป็นประจำ และต้องการเข้าถึงบริการตลอดเวลา รวมถึงต้องการสิทธิพิเศษอยู่เสมอ ดังนั้นบัตรเครดิตซิตี้แกร็บ จึงตอบโจทย์ในการมอบความสะดวกสบายและรวดเร็ว ให้แก่ชีวิตประจำวันด้วยสิทธิพิเศษ รางวัล และความคุ้มค่าในทุกการจับจ่าย   สิทธิพิเศษของบัตรเครดิตซิตี้แกร็บ อัพเกรดเป็นแกร็บแพลตินัม เพื่อรับสิทธิประโยชน์พิเศษ และบริการลูกค้าสัมพันธ์ เฉพาะลูกค้าแกร็บแพลตินัม คุ้มค่ากว่าที่เคยด้วยการรับคะแนนสะสม 10 เท่า ทุกครั้งที่ใช้บริการแกร็บ รับคะแนนสะสม 3 เท่า เมื่อใช้บัตรฯ ที่ร้านอาหาร อีคอมเมิร์ซ หรือสมัครบริการออนไลน์รายเดือน และรับคะแนนสะสม 1 แต้ม เมื่อใช้จ่ายทุก 25 บาท สมาชิกบัตรยังได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่นส่วนลด 10% เมื่อจองห้องพักผ่าน อโกด้า ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2562 – 31 มี.ค. 2563 เมื่อสมัครบัตรรับคืน 3,000 บาท (เครดิตเงินคืน 1,000 บาท + ส่วนลดแกร็บ มูลค่า 2,000 บาท) เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรครบ 3,000 บาท และมีการใช้บริการแกร็บ 3 ครั้ง ภายใน 30 วันแรก หลังจากบัตรได้รับการอนุมัติ นอกจากนี้ยังมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ทั้งบัตรหลัก และบัตรเสริมในปีแรกอีกด้วย สะดวกสบายมากขึ้นด้วยการใช้จ่ายแบบไร้เงินสด เพียงใช้คะแนนสะสมซิตี้รีวอร์ดเพื่อจ่ายค่าบริการแกร็บ (เริ่มให้บริการตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563) นอกจากสิทธิประโยชน์จากแกร็บแล้ว ยังได้รับความคุ้มค่าจากบัตรเครดิตซิตี้อีกด้วย เช่น ส่วนลดร้านอาหารกว่า 1,000 ร้านที่ร่วมรายการ หรือรับเครดิตเงินคืนจากห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการ “การเปิดตัวบัตรเครดิตซิตี้แกร็บ เป็นการเสริมความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ระหว่างแกร็บและซิตี้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ซิตี้ ได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านบัตรเครดิตและเข้าถึงผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้มากขึ้น เราเริ่มจากการเป็นพันธมิตรด้านคอนซูเมอร์แบงกิ้งในเบื้องต้น และได้สานความสัมพันธ์กับแกร็บผ่านบริการต่างๆ ของซิตี้ต่อมา และการเปิดตัวบัตรเครดิตโคแบรนด์ในวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าซิตี้เป็นพันธมิตรชั้นนำ ที่จะช่วยเร่งการเติบโตให้แก่ธุรกิจ และมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า” นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวความร่วมมือระหว่างซิตี้และแกร็บ เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2559 โดยซิตี้โดดเด่นเรื่องการมอบสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์ให้แก่สมาชิกบัตร ส่วนแกร็บเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทาง และการส่งสินค้าที่เป็นที่นิยมที่สุด ดังนั้นการผนึกกำลังของทั้งสองแบรนด์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้คะแนนสะสมของซิตี้ จ่ายค่าบริการการเดินทางของแกร็บได้ และขยายสิทธิประโยชน์เพื่อครอบคลุมบริการอื่นๆ เช่น การส่งอาหาร ด้วยความสำเร็จที่ผ่านมาทำให้ทั้งสองแบรนด์ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กันและกัน นำไปสู่การเปิดตัวบัตรเครดิตโคแบรนด์ในครั้งนี้ “อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือเทรนด์การใช้โทรศัพท์ และช่องทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพลิกโฉมการเข้าถึงบริการทางธนาคารของผู้บริโภคสำหรับซิตี้ พันธมิตรในครั้งนี้ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น และใช้ประโยชน์จากบริการชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต (card-on-file) ในชีวิตประจำวันด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย” มร. ซานดีพ บาตระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามั่นใจว่าบัตรเครดิตซิตี้แกร็บ จะเปิดโอกาสให้ทั้งสองแบรนด์ได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของกันและกัน ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศไทย แต่ยังขยายสู่ประเทศอื่นทั่วภูมิภาคอีกด้วย บัตรเครดิตซิตี้แกร็บเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ฟิลิปปินส์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา”   สำหรับทางแกร็บเองก็เล็งเห็นประโยชน์จากการผนึกกำลังกับซิตี้ เพราะสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้สามารถจ่ายค่าบริการแกร็บได้ด้วยการใช้คะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด ซิตี้เป็นบัตรเครดิตระดับโลกที่มีฐานลูกค้าใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้แกร็บเข้าถึงกลุ่มสมาชิกบัตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน ซิตี้ก็ได้ประโยชน์จากฐานผู้ใช้บริการที่นิยมใช้โทรศัพท์ โดยครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใช้ประโยชน์จากบริการชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต (card-on-file) ในชีวิตประจำวัน ผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ซิตี้เข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้การใช้จ่ายของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและหันมาใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปี ระหว่างแกร็บและซิตี้ ได้ช่วยให้เราสามารถมอบสิ่งต่างๆ ที่มากขึ้นให้กับลูกค้าของเรา ยิ่งไปกว่านั้น แกร็บยังถือเป็นผู้นำซูเปอร์แอปในระดับภูมิภาค จากการเปิดบริการใน 8 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก "เรายังมุ่งมั่นมอบบริการที่ครอบคลุมเพื่อช่วยผู้บริโภค ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว ให้สามารถก้าวผ่านข้อจำกัดในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดาย ผ่านอีโคซิสเต็มแบบไร้รอยต่อของแกร็บ” มิสอุย ฮุ่ย ทิง กรรมการผู้จัดการ แกร็บเพย์ กล่าว “เราตั้งใจอย่างเต็มที่เพื่อลดช่องว่างบริการด้านการเงินในประเทศไทย ในขณะเดียวกัน ยังช่วยสนับสนุนการบริการด้านการเงินที่ครอบคลุมผ่านบริการต่างๆ ของแกร็บ หลังจากที่แกร็บเพย์ แกร็บเพย์วอลเล็ต และแกร็บรีวอร์ดสแล้ว วันนี้เราได้ขยายสู่การเปิดตัวบัตรเครดิตซิตี้แกร็บ ที่จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเลือกใช้บริการด้านการเดินทาง สั่งอาหาร ส่งของและอื่นๆ ได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมกันนี้ สมาชิกบัตรยังสามารถรับแต้มและสิทธิประโยชน์พิเศษต่างๆ เพื่อตอบรับกับไลฟ์ไตล์ได้อย่างไม่มีที่ใดเหมือน” นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าว “เบลล์” รินทร์รตา อินทามระ เจ้าของแบรนด์ RINRATA ซึ่งใช้บริการทั้งบัตรเครดิตซิตี้และแกร็บเป็นประจำ ได้กล่าวถึงความน่าสนใจของการร่วมมือในการให้บริการครั้งนี้ว่า “เบลล์ใช้บัตรเครดิตซิตี้มานาน ประทับใจที่มักมีสิทธิประโยชน์ดีๆ ให้เสมอ โดยเฉพาะส่วนลดในร้านอาหาร ส่วนแกร็บก็ใช้บริการแกร็บฟู้ดอยู่ตลอด เพราะค่าส่งไม่แพง และร้านไหนที่คิวเยอะก็ไม่ต้องไปเข้าคิวเอง การที่ซิตี้กับแกร็บจับมือกันแบบนี้ บริการและสิทธิประโยชน์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเบลล์มากค่ะ” “พระแพง” จินตนัดดา อัตถวิบูลย์ เจ้าของร้าน Nail Bake ได้กล่าวถึงชีวิตที่สะดวกขึ้นจากบริการของบัตรซิตี้และแกร็บว่า “ทุกวันนี้ไม่ค่อยพกเงินสดแล้ว ก็จะใช้จ่ายผ่านบัตรซิตี้ในการช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารส่วนใหญ่จะมีโปรโมชั่นและส่วนลดที่คุ้มค่ามาก การที่ซิตี้จับมือกับแกร็บยิ่งเป็นผลดีกับพระแพงมากเพราะเป็นคนไม่ค่อยขับรถ จะเรียกแกร็บเพราะสะดวก แล้วบัตรเครดิตซิตี้แกร็บยังมีโค้ดส่วนลด 15 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยประหยัดได้มากขึ้นอีก” ส่วน ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ HAATIYA “ปอนด์” หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา กล่าวถึงความมั่นใจในบริการของบัตรซิตี้และแกร็บว่า “ทั้งแกร็บและซิตี้เป็นแบรนด์ที่เรามั่นใจอยู่แล้วทั้งคู่ เป็นคนที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตซิตี้กับการรับประทานมากที่สุด เพราะมักจะมีโปรโมชั่นร่วมกับร้านอาหาร บัตรเครดิตซิตี้แกร็บทำให้ปอนด์ได้สะสมคะแนนได้ถึง 3 เท่า เพื่อนำไปแลกเป็นเงินคืนเมื่อใช้แกร็บ และปอนด์ใช้บริการแกร็บในการส่งของอยู่แล้ว ความร่วมมือของซิตี้กับแกร็บจึงตอบโจทย์ เพราะให้คะแนนสะสมถึงสิบเท่า” เช่นเดียวกับ “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เจ้าของธุรกิจร้านอาหารโซลจูปูดอง และปูดองอันยอง ซึ่งมีไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตซิตี้ ไปกับการช้อปปิ้งและร้านอาหาร และบริการแกร็บคาร์และส่งของของแกร็บ ได้กล่าวถึงความคุ้มค่าของสิทธิประโยชน์ ที่ได้รับจากบัตรซิตี้แกร็บว่า “เมื่อจ่ายผ่านบัตรซิตี้แกร็บ จะได้คะแนนสะสมเยอะขึ้น และสิทธิประโยชน์ของการเป็นลูกค้าระดับแพลทตินัม จะทำให้ได้รับบริการที่พิเศษขึ้น และได้รับส่วนลดต่างๆ มากมาย”   ในปี พ.ศ.2559 ซิตี้และแกร็บประกาศความร่วมมือเป็นครั้งแรกใน 6 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้สามารถใช้คะแนนสะสม เพื่อจ่ายค่าบริการของแกร็บได้ตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองแบรนด์ได้ขยายความร่วมมือเพื่อครอบคลุมบริการอื่นๆ ของแกร็บทั้งหมด

วิกฤตการณ์ในประเทศเวเนซุเอลาบังคับให้ประชาชนกว่า 4 ล้านคนต้องหนีเอาชีวิตรอดจากความรุนแรง ปัญหาทางเศรษฐกิจ และการเมืองทำให้ระบบการให้ความคุ้มครองในประเทศไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ประชาชนเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ ความยากจน และความขาดแคลนสาธารณูปโภคที่เป็นปัจจัยในการดำรงชีพ เช่น อาหารและยารักษาโรค ชาวเวเนซุเอลาเดินทางออกจากประเทศในสถานะผู้ลี้ภัยและผู้อพยพตั้งแต่ พ.ศ. 2557 และมีการหลั่งไหลของชาวเวเนซุเอลาจำนวนมากในปี พ.ศ.2560 - 2561 มากกว่า 5,000 คนต่อวัน เพื่อแสวงหาความปลอดภัย ซึ่งเป็นการอพยพและลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ลาตินอเมริกา ร้ายแรงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากวิกฤตซีเรีย และต้องการความช่วยเหลือที่เร่งด่วนที่สุด สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้เชิญ คุณไปรยา ลุนด์เบิร์ก ในฐานะทูตสันถวไมตรีของ UNHCR ประเทศไทย ลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน 2562 ณ ประเทศโคลอมเบีย ซึ่งรองรับผู้ลี้ภัยและผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาไว้มากที่สุดในโลก เพื่อดูการทำงานของ UNHCR ในพื้นที่ในการมอบความคุ้มครองและความช่วยเหลือแก่ครอบครัวชาวเวเนซุเอลาที่กำลังสิ้นหวัง และเพื่อเก็บภาพและข้อมูลในการทำสารคดีสั้นเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในประเทศเวเนซุเอลา การเดินทางเยี่ยมผู้ลี้ภัยครั้งนี้เป็นภารกิจในต่างประเทศครั้งที่ 3 ของคุณปู หลังจากการลงพื้นที่เยี่ยมผู้ลี้ภัยซีเรียในประเทศจอร์แดน และชาวโรฮิงญาในประเทศบังคลาเทศในปีที่ผ่านมา “ทุกๆ ครั้งที่ปูไปรู้สึกว่าสถานการณ์แต่ละที่มันยากและซับซ้อนมากในการให้ความช่วยเหลือ และในครั้งนี้ก็ไม่ง่ายขึ้นเลย ครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตปูที่ได้เห็นวิกฤตการณ์ที่ยากสุด ซับซ้อนที่สุด มีทั้งความไม่มั่นคงในประเทศเอง มีทั้งการลี้ภัยและการอพยพที่ต้องการความช่วยเหลือที่ต่างกันไป ในพื้นที่ที่ปูไปเยี่ยมครั้งนี้ไม่ใช่ในค่ายผู้ลี้ภัยนะคะ แต่เป็นศูนย์อพยพในสถานการณ์ฉุกเฉินจริงๆ ซึ่งวิกฤตครั้งนี้ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ต่างจากสถานการณ์แห่งความเป็นความตาย พวกเขาต้องหนีออกมาแสวงหาความปลอดภัยและมาถึงชายแดนด้วยความหวาดกลัว เหนื่อยล้า และต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน ปูชื่นชมการทำงานของ UNHCR ที่ทำงานอย่างรอบด้านเพื่อให้ความช่วยเหลือทุกคนอย่างเร่งด่วน และชื่นชมความเข้มแข็งและแข็งแกร่งของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพทุกคน” “ปูได้เห็นกับตาตัวเองที่สะพานข้ามแม่น้ำตาชีรา Saimon Bolivar International ชายแดนโคลอมเบีย-เวเนซุเอลาที่เป็นเส้นทางหลักในการลี้ภัยของชาวเวเนซุเอลาเพื่อข้ามมาที่โคลอมเบีย ได้เห็นคนเป็นพันๆ คนข้ามสะพานหนีตายจากความโหดร้าย เห็นคนท้อง คนพิการ เด็กเล็ก ผู้ป่วยที่ต้องออกจากบ้านตัวเอง นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาอยู่ไม่ได้แล้วจริงๆ ไม่มีแม้แต่น้ำ ไฟฟ้า ยารักษาโรค หรืออาหารในการดำรงชีวิต เด็กหลายคนต้องป่วยและเสียชีวิตเพราะไม่มีนมและต้องรองน้ำที่มีสารปนเปื้อนเพื่อดื่มประทังชีวิต การขาดแคลนกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโรงพยาบาล ทำให้อัตราการเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น 65% และการเสียชีวิตของเด็กแรกเกิดเพิ่มขึ้น 53% สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ปูและ UNHCR เศร้าใจเป็นอย่างมากและต้องเร่งช่วยเหลือพวกเขาอย่างเร่งด่วน ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้อพยพของ UNHCR บริเวณชายแดน เจ้าหน้าที่ทำงานตลอดเวลาเพราะทุกคนที่เข้ามาต่างมีภาวะฉุกเฉิน ปูเจอมีทั้งเด็กที่มีความพิการ ร่างกายผิดปกติ เด็กและผู้ใหญ่มากมายป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร ปูได้คุยกับคุณแม่ที่ลูกพิการ ตอนที่ปูกอดให้กำลังใจพวกเขา ร่างกายเขาเหลือแต่กระดูก” “ปูได้เจอกับแอนกี้ คุณแม่ลูก 2 วัย 24 ปีที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 4 เธอต้องลี้ภัยกับคุณแม่วัย 50 ปีและลูกเล็กอีก 2 คน เพราะที่เวเนซุเอลาไม่มียารักษาโรคให้เธออีกแล้ว เธอหนีมาที่โคลอมเบียเพียงแค่เพื่อมีชีวิตอยู่ต่ออีกสักหน่อยกับแม่และลูกของเธอ ตลอดเวลาที่ปูคุยกับเธอ เธอถือผ้าเช็ดหน้าตลอดเวลาเพื่อปกปิดความป่วยของเธอไม่ให้ใครเห็น” “ปูได้พบกับแอนเดรียนา สามี และลูกของพวกเขา 3 คน จากเวเนซุเอลาที่เป็นกลุ่มเปราะบางที่สุด UNHCR พบพวกเขานอนข้างถนน จึงช่วยเหลือให้การรักษาและความคุ้มครอง แอนเดรียนาเจอกับความโหดร้ายในเวเนซุเอลาจนต้องอพยพมาที่โคลอมเบีย เธอไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ต้องยอมให้ลูกและตนเองนอนข้างถนนเพื่อเอาชีวิตรอด เธออยู่อย่างหวาดกลัวทุกคืนเพราะมีกลุ่มติดอาวุธขี่มอเตอร์ไซค์วนเวียนมาถามเธอว่าจะขายอวัยวะของลูกเธอไหม เมื่อได้รับการช่วยเหลือจาก UNHCR เธอบอกว่าคืนนี้จะเป็นคืนแรกที่เธอจะปลอดภัยที่สุด” “ปูเดินทางไปที่ Brisas del Norte (บริซาส เดล นอร์เต้) เป็นพื้นที่ชั่วคราวที่เป็นที่พักพิงให้กับผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลา ผู้พลัดถิ่นในประเทศ และผู้ลี้ภัยชาวโคลอมเบียที่กลับสู่ถิ่นฐานกว่า 250 ครอบครัว ซึ่งพวกเขาต้องผ่านการเป็นผู้พลัดถิ่นมาตลอดชีวิต ไฮโร อิบารา ต้องลี้ภัยจากโคลอมเบียไปเวเนซุเอลาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เพราะความรุนแรง พ่อเขาถูกฆ่า และลุงถูกลักพาตัวจนทุกวันนี้ยังหาตัวไม่พบ เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นในประเทศที่เขาหนีไปอยู่ เขาตัดสินใจพาลูกที่ป่วยกลับมาที่โคลอมเบียอีกครั้งในปี พ.ศ. 2557 โดยภรรยาและลูกอีกคนยังรออยู่ที่เวเนซุเอลาและจนวันนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไฮโรทำงานเป็นนักบัญชี มีชีวิตที่ดีอยู่ในเวเนซุเอลา แต่เมื่อต้องกลับมาที่โคลอมเบียอีกครั้งเขาต้องเริ่มจากติดลบ ต้องอาศัยอยู่ในเพิงที่รกร้าง ดูแลลูกที่ป่วยขยับไม่ได้ เขายังจำได้ว่าลูกทรมานแค่ไหนที่ต้องอยู่สภาพนั้น เราอาจจะมองว่าไฮโดรอยู่ในที่พักแบบนี้ได้อย่างไร แต่สำหรับเขาที่นี่คือวัง เพราะตอนที่เขากลับมา เขามีที่อยู่เป็นเพียงผ้าพลาสติกเท่านั้น แต่ไฮโรเข้มแข็งมาก เขาสู้แม้ไม่มีความหวังว่าชีวิตจะดีกว่านี้ได้อย่างไร เขาเข้าเรียนการทำงานฝีมือเพื่อเลี้ยงชีพถึงแม้จะเป็นเรื่องที่เขาไม่ถนัด แต่เขาสามารถใช้มันเลี้ยงดูครอบครัวได้ UNHCR ช่วยเหลือพวกเขาอยู่ในพื้นที่นี้ให้ได้รับการช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน ได้มีน้ำ มีไฟฟ้า สร้างโรงเรียนสอนฟุตบอลให้เด็ก 300 คน เยียวยาและป้องกันการรุนแรงทางเพศ ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพได้รับการเยียวยาจิตใจ การได้อยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลและเข้าใจ และตอนนี้เขาได้เจอภรรยาและลูกปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ผ่านการโบกมือหากันที่ตรงชายแดน

โรงแรมเจดับเบิ้ลยู แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ตและวันมังสวิรัติโลก จัดโปรโมชั่นอาหารเจและอาหารมังสวิรัติ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน จนถึง 31 ตุลาคม พ.ศ.2562 ณ ห้องอาหารกินจ้า เทสต์ และห้องอาหารอันดามัน กริลล์ เทศกาลถือศีลกินเจของชาวภูเก็ต  ถือเป็นเทศกาลสำคัญโดยเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามและเก่าแก่ ปฏิบัติสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นกันมาอย่างยาวนาน  งดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม และไข่ ละเว้นการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต รักษาศีล ถือเป็นการชำระล้างทั้งร่วงกายและจิตใจ ตลอดช่วงเวลา 9 วัน 9 คืน โดยมีความเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ถือศีลกินเจและสุขภาพแข็งแรง โปรโมชั่นสำหรับช่วงเทศกาลถือศีลกินผัก มีให้เลือก 3 รายการดังนี้ Phuket Vegetarian Set Menu: ร้านอาหารกินจ้า เทสต์ เรียนเชิญทุกท่านมาลิ้มลองเซ็ตเมนูอาหารเจและมังสวิรัติ โปรโมชั่นระหว่างวันที่ 28 กันยายน จนถึง 7 ตุลาคมนี้เท่านั้น โดยเซ็ตเมนูมีรายการอาหารรวม 11 รายการ สำหรับทานร่วมกันกับเพื่อนหรือคนรัก เมนูเด่น ๆ ได้แก่ ส้มตำข้าวโพดเจ  ผัดไทยเจ  พักพริกไทยดำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และตบท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง บัวลอยน้ำขิง เป็นต้น  เซ็ตเมนู Phuket Vegetarian ราคา 1,999++ บาท สำหรับ 2 ท่าน ต่อเซ็ต ลูกค้าสามารถเลือกสั่งเป็นเมนู a la carte จากเซ็ตเมนูดังกล่าวข้างต้นได้เช่นกัน ดินเนอร์เปิดให้บริการระหว่างเวลา 6 โมงเย็น จนถึง 4 ทุ่ม ‘Gin Jay’ Thai Tapas Set Menu: ร้านอาหารกินจ้า เทสต์ ร่วมเฉลิมฉลองและส่งเสริมการรับประทานผักเพื่อสุขภาพที่ดี โดยการจัดโปรโมชั่นพิเศษเมนูอาหารมังสวิรัติในรูปแบบไทยทาปาส โปรโมชั่นตลอดช่วงเดือนตุลาคม เมนูอาหารจานเล็ก ๆ ทั้ง 7 รายการ อาทิเช่น เกี๋ยมันทอดห่อฟองเต้าหู้บนเสริฟบนซอสพริกน้ำมะขาม เมนูพล่าขนุน เมนูฟักเขียวแพนงครีมซอส เมนูแกงแพนงฟักทองเสริฟ์พร้อมข้าวสวยร้อน ๆ เมนูอาหารมังสวิรัติไทยทาปาส ราคา 1,299++ บาท ต่อท่าน ดินเนอร์เปิดให้บริการระหว่างเวลา 6 โมงเย็น จนถึง 4 ทุ่ม World Vegetarian Day Set Menu: ร้านอาหารอันดามัน กริลล์ ร่วมเฉลิมฉลองวันมังสวิรัติโลก จัดโปรโมชั่นดินเนอร์เอาใจชาวมังสวิรัติในค่ำคีนวันที่ 2 ตุลาคมนี้เท่านั้น เมนูอาหารมังสวิรัติแบบตะวันตก เสริฟ์ในสไตล์เพื่อการลิ้มลองรสชาติอาหาร หลากหลายรายการแบบเซ็ต ราคา 1,499++ บาทต่อท่าน ดินเนอร์เปิดให้บริการระหว่างเวลา 6 โมงเย็น จนถึง 4 ทุ่ม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโต๊ะที่นั่งสำหรับอาหารค่ำ ได้ที่ ฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม โทร. +66 076 338 000 ต่อ 3748

วิสทารา สายการบินอินเดียที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัท ทาทา และสิงคโปร์แอร์ไลน์ ล่าสุดเปิดบริการเที่ยวบินในกรุงเทพฯ ประเทศไทย นับเป็นประเทศที่สามในเครือข่ายสำหรับเส้นทางการบินระหว่างประเทศ โดยวิสทาราเปิดบริการเที่ยวบินระหว่างเดลีและกรุงเทพฯ ที่นอกเหนือจากให้บริการที่นั่งบนเครื่องบินแบบชั้นธุรกิจและชั้นประหยัดแล้ว ยังเป็นเพียงสายการบินเดียวที่ให้บริการที่นั่งบนเครื่องบินแบบ Premium Economy หรือชั้นประหยัดพรีเมียม สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศอินเดียและประเทศไทย นอกจากนี้ ผู้โดยสายที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ยังสามารถใช้บริการเที่ยวบินของสายการบินวิสทาราเพื่อไปยังเมืองและนครอื่น ๆ ในประเทศอินเดียอีกด้วย เช่น อัมริตสา, บังคาลอร์, เจนไน, ไฮเดอราบัด, โกลกาตา และมุมไบ มร.เลสลี่ ทง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินวิสทารา กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้าถึงภูมิศาสตร์ใหม่พร้อมบริการถึงกรุงเทพฯ หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก ด้วยศักยภาพอันยิ่งใหญ่ที่จะสามารถเติบโตทั้งด้านการท่องเที่ยวรวมถึงการทำธุรกิจ ทั้งนี้ วิสทาราเรียกได้ว่าเป็นสายการบินอินเดียที่ดีที่สุด ที่มุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อเสียงในการบินระดับโลกด้วยสินค้าระดับเวิลด์คลาสและบริการที่ไร้ที่ติ โดยสินค้าประเภทนวนิยายและการบริการต้อนรับแบบอินเดียที่ไม่มีใครเทียบนั้น จะทำให้ผู้โดยสารทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ใหม่และแตกต่าง รวมถึงเพลิดเพลินไปกับการเดินทางกับสายการบินวิสทารา” ในโอกาสพิเศษนี้ วิสทาราร่วมฉลองไปพร้อมกับผู้โดยสายบนเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เพื่อทำให้ประสบการณ์ครั้งใหม่นี้กลายเป็นความทรงจำที่ดีด้วยเช่นกัน ซึ่งทางสายการบินได้มอบของขวัญที่ระลึกให้แก่ผู้โดยสาร อีกทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังต้อนรับผู้โดยสารของสายการบินวิสทาราด้วยพิธีการแบบดั้งเดิมของไทยอีกด้วย เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สายการบินวิสทาราได้มีการเปิดบริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ ด้วยเที่ยวบินจากเดลีและมุมไบไปยังประเทศสิงคโปร์ และเที่ยวบินจากมุมไบไปยังประเทศดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วิสทารา นับเป็นสายการบินอินเดียที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากการจัดอันดับบนเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Skytrax และ TripAdvisor อีกทั้งได้รับรางวัล ‘Best Airline’ หรือสายการบินที่ดีที่สุดอีกมากมาย สายการบินวิสทารายกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานและการให้บริการของอุตสาหกรรมการบินในประเทศอินเดีย ภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี ปัจจุบันสามารถรองรับเส้นทางจุดหมายปลายทาง 27 ประเทศ และให้บริการมากกว่า 1,200 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินโดยสารแอร์บัสรุ่น เอ320 จำนวน 23 ลำ และเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737-800NG จำนวน 8 ลำ โดยสายการบินวิสทาราได้ให้บริการเที่ยวบินที่รองรับผู้โดยสารมาแล้วกว่า 16 ล้านคน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปีพ.ศ. 2558

จบลงอย่างงดงามสำหรับค่ำคืนงานเลี้ยงฉลองเปิดตัวโชว์รูม “Mercedes-AMG Performance Center” ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นแบบเป็นกันเอง จากเหล่าบรรดาแขกผู้มีเกียรติ และพี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชนสายยานยนต์และไลฟ์สไตล์ ที่ให้เกียรติเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก มร.โรลันด์ เซบาสเตียน โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นกล่าวอวยพรเอาฤกษ์เอาชัย พร้อมร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับแขกผู้มีเกียรติ งานนี้เล่นเอา “เฮียตง” อนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล แอบยิ้มแก้มปริอย่าบอกใครเชียว   ขณะที่ไฮไลท์ของงานในค่ำคืนนี้ อยู่ที่การจัดแสดงยนตรกรรมสุดหรูรุ่นต่างๆ จาก Mercedes-AMG โดยเฉพาะ Mercedes-AMG GTR ที่ตั้งผงาดอย่างโดดเด่นด้วยสีเขียวเฉพาะตัว อยู่บริเวณชั้น 2 ของงาน ซึ่งเปรียบเสมือนพนักงานต้อนรับสุดหรู ด้วยราคาค่าตัว 17.4 ล้านบาท ที่ใครๆ ต่างได้ยลโฉม จะต้องร้อง “ว้าว” และรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพเป็นที่ระลึก รวมถึงรถยนต์รุ่นต่างๆ อีกมากมาย อาทิ Mercedes-AMG C3 Coupe, CLA 45, GLA 45, GLC 43 Coupe, GLC 63 S Coupe, GT 53 4 Door และ E 53 Coupe เป็นต้น สำหรับโชว์รูมดังกล่าว นับว่าเป็นศูนย์จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-AMG พร้อมให้บริการและศูนย์ซ่อมสีตัวถังประกันภัยอุบัติเหตุแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของโชว์รูม เมอร์เซเดส-เบนซ์ กาญจนาภิเษก บนพื้นที่กว่า 400 ตารางเมตร ภายใต้งบการลงทุน 20 ล้านบาท โดยถูกเนรมิตให้เป็นดั่งสนามแข่งขัน ด้วยการนำเข้าวัสดุจากประเทศเยอรมนี ภายใต้การควบคุมดูแล ของ DRD (Daimler Real-estate Development) จากประเทศเยอรมนี  

บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดให้บริการห้องรับรองผู้โดยสารแห่งใหม่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารของสายการบินฯ โดยห้องรับรองผู้โดยสารนี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ (ใกล้ประตูทางออกหมายเลข 4) ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 04.30 น. - 22.00 น. ทุกวัน ห้องรับรองผู้โดยสารแห่งใหม่นี้มีพื้นที่รวม 134 ตารางเมตร แบ่งเป็น ห้องรับรองชั้นประหยัด (Boutique Lounge) สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 40 ที่นั่ง และ ห้องรับรองชั้นธุรกิจ (Blue Ribbon Club Lounge) ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 20 ที่นั่ง โดยมีให้บริการของว่าง เครื่องดื่ม นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และสัญญาณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ผู้โดยสารสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.bangkokair.com หรือติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร.1771 ตลอด 24 ชั่วโมง (ค่าบริการครั้งละ 3 บาทบนโทรศัพท์พื้นฐาน)

บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์  เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จับมือกับ แมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป นำเสนอมาตรฐานการอยู่อาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยโฉม “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ” เรสซิเดนซ์หรูภายใต้การบริหารงานของแมนดาริน โอเรียนเต็ล แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนับเป็นเรสซิเดนซ์ระดับหรูของแมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป ลำดับที่ 7 ของโลก นำเสนอนิยามใหม่แห่งโครงการสถาปัตยกรรมที่เลอค่าระดับตำนานซึ่งเพียบพร้อมด้วยมาตรฐานบริการระดับสูงอันเป็นเอกลักษณ์และตำนานของ แมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ตั้งอยู่บนทำเลทองในพื้นที่ของอภิมหาโครงการไอคอนสยาม เวิลด์คลาสเดสติเนชั่นแห่งใหม่และความภาคภูมิใจของของชาวไทยที่พร้อมต้อนรับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนทั่วโลกอย่างภาคภูมิ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ นำเสนอห้องชุดพักอาศัยสุดหรูริมแม่น้ำที่ตกแต่งอย่างหรูหราเหนือระดับจำนวน 146 ยูนิต โดยมีทั้งแบบ 2 และ 3 ห้องนอน ขนาดตั้งแต่ 130 – 230 ตารางเมตร รวมถึงห้องเพนท์เฮาส์และดูเพล็กซ์เพนท์เฮาส์ขนาด 380 – 710 ตารางเมตร พร้อมลิฟต์ส่วนตัว เพดานห้องโปร่งสบายด้วยความสุงถึง 3.2 เมตร และมอบพื้นที่พักผ่อนสำหรับผู้พักอาศัยที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการห้องชุดชั้นนำแห่งอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่แห่งการอยู่อาศัยที่หรูหราอย่างแท้จริง นอกจากการได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดสุดหรู สิทธิประโยชน์พิเศษเพิ่มเติมสำหรับเจ้าของห้องชุดโครงการคือการได้รับเชิญเป็นสมาชิก Residences Elite Programme ของแมนดาริน โอเรียนเต็ล ซึ่งจะได้รับบริการชั้นเลิศจากพนักงานจอดรถในโซนห้องชุดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสิทธิประโยชน์มากมายเมื่อเข้าใช้บริการห้องพักโรงแรมในเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ล ทั่วโลก และสิทธิ์ลูกค้าระดับวีไอพีเมื่อซื้อสินค้าและรับบริการต่าง ๆ จากร้านค้า   แบรนด์ดังภายในโครงการไอคอนสยาม นายคีรินทร์ ชูธรรมสถิตย์ ประธานผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจงานอสังหาริมทรัพย์และบริการ  บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า “บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และแมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป จับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันเพื่อสร้างปรากฏการณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างสู่เมืองไทย นับแต่เริ่มต้นพัฒนาโครงการนี้ เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการเรสซิเดนซ์ที่จะเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย ออกสู่สายตาทั่วโลก ทั้งความเป็นเลิศทั้งในแง่สถาปัตยกรรม เทคโนโลยี และงานออกแบบบนมาตรฐานและรายละเอียดขั้นสูงสุด พร้อมบริการระดับเอ็กซ์คลูซีฟและสถานะแห่งการอยู่อาศัยอันงามสง่าสมศักดิ์ศรีโครงการเรสซิเดนซ์ซึ่งเป็นที่ต้องการมากที่สุดของโลก  จึงไม่น่าแปลกใจที่มีห้องชุดเหลือจำกัดเพียงไม่กี่ยูนิตซึ่งเป็นที่สนใจของผู้ซื้อที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการลงทุน” “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเยื้องตรงข้ามกับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ อันเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับตำนานของไทย” มร. ริชาร์ด เบเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ แมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป กล่าว “ในฐานะโครงการเรสซิเดนซ์หรูภายใต้การบริหารงานของ แมนดาริน โอเรียนเต็ล แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ พร้อมมอบบริการแห่งการอยู่อาศัยที่เหนือชั้นระดับตำนานอันเป็นแบบฉบับของแบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล เพื่อสรรค์สร้างไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ดีเยี่ยมอย่างแท้จริงแก่เจ้าของห้องชุด โครงการแห่งใหม่ล่าสุดของแมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป นี้ จึงเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของเรสซิเดนซ์ระดับหรูในเมืองไทย รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน” นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวเสริมว่า “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ มีความโดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอันเปี่ยมเสน่ห์ภายในโครงการไอคอนสยาม สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์อันเป็นนิรัดร์และเป็นศูนย์รวมความงดงามทางศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมไลฟ์สไตล์ ร้านอาหารชั้นเลิศของไทย และร้านค้าแบรนด์ดังจากทั่วโลกซึ่งผู้มาเยือนสามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายจากหลายเส้นทาง ซึ่งทำให้ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ได้รับการยกย่องให้เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่เปี่ยมด้วยความสวยงามและสมศักดิ์ศรีของเมืองไทยในปัจจุบัน” จอยซ์ แวง ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงเจ้าของรางวัลระดับโลก ได้สร้างนิยามแห่งการพักอาศัยที่หรูหราผ่านการตีความการออกแบบแนวใหม่ผ่านการรังสรรค์พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย การจัดแสง และการเลือกใช้วัสดุที่โดดเด่น ผสานการใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโครงการแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น และผลิตโดยช่างฝีมือชั้นสูงอย่างพิถีพิถันจากแหล่งผลิตชั้นนำทั่วโลก เพื่อให้โครงการมีภาพลักษณ์ที่สวยงามและพิเศษไม่ซ้ำกับโครงการใด สำหรับการออกแบบสถาปัตยกรรมของอาคาร สะท้อนถึงความงดงามและสุนทรีภาพของเอกลักษณ์ในสิ่งก่อสร้างโบราณของไทย ซึ่งผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจจากการล่องเรือไปตามลำน้ำเจ้พระยาเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของผู้คน ทำให้ห้องชุดทุกยูนิตสามารถเปิดรับทัศนียภาพอันงดงามของคุ้งน้ำจรดเส้นขอบฟ้าของมหานครกรุงเทพฯ อันยิ่งใหญ่แบบไร้สิ่งบดบัง พร้อมมอบพื้นที่สวนสวยเพื่อการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวกว่า 1,600 ตารางเมตร เพื่อให้การอยู่อาศัยที่ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ คือความสง่างามและสภานะอันภูมิฐานของผู้อยู่อาศัยทุกคน ด้วยองค์ประกอบที่กล่าวมา ทำให้โครงการเรสซิเดนซ์มูลค่า 11,000,000,000 บาทแห่งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอภิมหาโครงการไอคอนสยาม ศูนย์รวมกิจกรรมไลฟ์สไตล์ โปรแกรมความบันเทิงสมัยใหม่ ตลอดจนร้านค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารชั้นเลิศ และศิลปวัฒนธรรมไทยอันงดงามแบบครบวงจรด้วยมมูลค่าโครงการรวมถึง 54,000,000,000 บาท คืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางระดับโลกแห่งใหม่ของเมืองไทยที่แท้จริง หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์  https://www.moresidencesbangkok.com 

ดีเจแคช มันนี่ (DJ Cash Money) ดีเจผู้เป็นตำนาน กับประสบการณ์การเล่นแผ่นเสียงในระดับบนของนิวยอร์ก มาตั้งแต่ยุคทองของดนตรีฮิปฮอป เเละนับตั้งแต่ปี 2527 ดีเจเเคช มันนี่  ได้เป็นผู้บุกเบิก ศิลปะดนตรีแนวเทิร์นเทเบิลริซึ่ม (Turntablism) ซึ่งใช้การใส่ลูกเล่นกับแผ่นเสียงเพื่อแทนเสียงขับร้อง เเละเป็นแนวดนตรีที่ชื่นชอบของดีเจชั้นนำมากมาย อาทิ ดีเจแจ๊สซี่ เจฟฟ์ กับ เดอะเฟรช ปรินซ์ (DJ Jazzy Jeff and the Fresh Prince), เอ็มซี คูล บรีซ สตีฟ (MC Kool Breeze Steve), เอ็มซี มาร์เวลัส (MC Marvelous) และดีเจแกรนด์ วิซาร์ด ราชีน (DJ Grand Wizard Rasheen) ดีเจแคช มันนี่ เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในโลกของดีเจ เขาเป็นที่รู้จักในวงการเพลงในฐานะ ดีเจ, นักเล่นเพลงเทิร์นเทเบิล รวมถึงนักแต่งเพลง เขาได้ประพันธ์และสร้างดนตรีผสม (remixed) ให้กับศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง สนูปดอกก์ (Snoop Dogg), บุสตา รีห์มส์ (Busta Rhymes), พับลิก อีเนมี (Public Enemy), แมนทรอนิกซ์ (Mantronix) และพีเอ็ม ดอว์น (PM Dawn) และเป็นที่รู้จักในฐานะสุดยอดดีเจหนึ่งเดียวที่ไม่มีใครเทียบได้ ในวงการดนตรีแนวเทิร์นเทเบิล ที่คว้ารางวัลชนะเลิศถึงสองครั้งในปีเดียวกัน โดยกวาดเอารางวัลชนะเลิศทั้ง 3 รางวัลมาครอง ได้แก่ The New York Music Seminar DJ Battle ที่ นิวยอร์ก, The DMC American DJ Championships ที่ อเมริกา และ The DMC World DJ Championships ที่ลอนดอน เเละเป็นดีเจคนแรก ที่ถูกจารึกนามไว้ในหอเกียรติยศของดีเจ (Technics DJ Hall of Fame) เตรียมพบกับสุดยอดดีเจชื่อดังระดับโลก ดีเจแคช มันนี่ จะมาสปินเเผ่นให้ฟังกันสดๆ ที่ เชาว์ คาเฟ่ เเอนด์ บาร์ (CHOW Cafe & Bar) แหล่งสังสรรค์แห่งใหม่ย่านทองหล่อ ณ โรงแรมเมโทรโพล กรุงเทพฯ (Metropole Bangkok) ที่จะมอบบรรยากาศอันหรูหราและอบอุ่น ในสไตล์จีนร่วมสมัย ผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมตะวันออกเเละตะวันตก ที่มาพร้อมนิยามเก๋ไก๋ ‘บริสโทรเธ็ค’ (Bristrotheque) ด้วยการตกแต่งสไตล์นิวยอร์คลอฟท์แบบโมเดิร์น ไปสนุกพร้อมกัน ในวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไป สนับสนุนความมันส์ระดับโลกโดย เจมสัน (Jameson) และ โค้ด เรด เอเจนซี่ (Code Red Agency) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเเละสำรองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่ https://web.facebook.com/events/1138349019708349/ หรือ โทร. 0 2318 2273

ซิตี้แบงก์ ร่วมกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวยิ่งใหญ่บัตรเครดิต “ซิตี้ เมอร์เซเดส” ครั้งแรกในประเทศไทย ที่ความเหนือระดับจะติดตามไปทุกที่ พร้อมเผยโฉม 3 ตัวแทนคนรุ่นใหม่ “อภินรา ศรีกาญจนา - ภูวนาท คุนผลิน - บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์” ร่วมสะท้อนแรงบันดาลใจให้ความสำเร็จไปได้ไกลยิ่งกว่า มอบชีวิตเหนือระดับขึ้นอีกขั้น เมื่อสองพันธมิตรระดับโลก ซิตี้แบงก์ จับมือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ร่วมกันเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ของบัตรเครดิต “ซิตี้ เมอร์เซเดส” บัตรเครดิตที่จะขับเคลื่อนความเหนือระดับไปกับลูกค้าคนสำคัญได้ทุกที่ พร้อมสิทธิประโยชน์ระดับเวิลด์คลาส ภายในงานพบกับ 3 แบรนด์เอ็นดอร์สเซอร์ ตัวแทนความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดแรงขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน อย่างนักธุรกิจสาวมากความสามารถ “ปราง” อภินรา ศรีกาญจนา ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เติมเต็มความฝัน และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว, พิธีกรและดีเจชื่อดัง “อั๋น” ภูวนาท คุนผลิน ตัวแทนของผู้ที่มีความมั่นคงในชีวิตและครอบครัว รวมทั้งหนุ่มนักธุรกิจและนักร้องมาดเท่ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ตัวแทนของคนที่มีความใฝฝัน และมีความมุ่งมั่นที่จะทำฝันนั้นให้สำเร็จและสมบูรณ์ที่สุด ในงานมี มร. เซอร์จิโอ ซาแนตติ หัวหน้าผู้บริหารฝ่ายบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซิตี้แบงก์ ภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิค และผู้บริหารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย มร. ทีบอร์ พานดิ กรรมการผู้จัดการใหญ่, วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ, มร.ซานดีพ บาตระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล พร้อมกับผู้บริหารจากบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร และมร.ไฮโกะ นิทส์เช่ รองประธานบริหารฝ่ายการเงิน ร่วมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญพิเศษ “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย และเซเลบริตี้ผู้มีไลฟ์สไตล์เหนือระดับ อาทิ เจย์ - จริยดี สเปนเซอร์, พิมดาว พานิชสมัย และ ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย, รินทร์รตา อินทามระ, จงจินต์ จึงสุระ, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสพิเศษนี้ พร้อมชมคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก “นนท์” ธนนท์ จำเริญ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ควอเทียร์ แกลลอรี่ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ชั้น M   วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เปิดเผยถึงการประกาศความร่วมมือกับเมอร์เซเดส–เบนซ์ ประเทศไทย ผู้นำแห่งยนตรกรรมหรูระดับโลก ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมามากกว่าครึ่งศตวรรษ ว่าถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่สองพันธมิตรระดับโลกร่วมกันออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินสุดพิเศษ “บัตรเครดิต ซิตี้ เมอร์เซเดส” ที่จะขับเคลื่อนความเหนือระดับไปกับลูกค้าคนพิเศษทุกที่ และให้สิทธิประโยชน์มากมายที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ของผู้เป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งนี้ ลูกค้าบัตรเครดิตซิตี้ เมอร์เซเดส จะได้รับเอกสิทธิ์พิเศษจากผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ  อาทิ ส่วนลด 15% สำหรับค่าแรงและค่าอะไหล่ ส่วนลดเพิ่ม 15% เมื่อใช้คะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด เท่ากับยอดใช้จ่าย และรับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด 8X เมื่อจองรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ใหม่ หรือคะแนน 4X เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ผู้จำหน่ายฯ รวมถึงสิทธิพิเศษด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์อีกมากมาย เช่น รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด 2X เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ทุกการใช้จ่ายทั้งในและต่างประเทศ มีบริการห้องพักรับรองพิเศษ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ และ บริการลีมูซีนด้วยรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากบ้านถึงสนามบินสุวรรณภูมิ บริการที่จอดรถสำรองพิเศษ ณ ห้างสรรพสินค้าและโรงแรมชั้นนำ ลูกค้าบัตรเครดิตซิตี้ เมอร์เซเดส ยังสามารถรับเครดิตเงินคืน 3% เมื่อเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน ตลอด 24 ชั่วโมง และ อื่น ๆ อีกมากมาย ด้าน มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ด้วยยอดขาย 15,785 คัน ในปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เคยหยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่เรายึดถือมาตลอด คือ ‘เบสท์ คัสตอมเมอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์’ (Best Customer Experience) ที่ผสานแนวทางทางการดำเนินงาน ทั้งในด้านการตลาด การขาย และการบริการหลังการขายเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ของแบรนด์ได้อย่างสอดคล้องกัน ในทุกช่องทางการสื่อสาร นอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในทุกตลาดทั่วโลก รวมถึงการสะท้อนค่านิยมขององค์กร (Core Value) ที่มุ่งเน้นในความเป็นพรีเมียมแบรนด์ ผ่านทางมาตรฐานของสินค้า คุณภาพการให้บริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์”   “ซึ่งความร่วมมือระหว่างสองแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย และ ซิตี้แบงก์ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ของการมอบประสบการณ์อันทรงคุณค่า ให้กับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของ "บัตรเครดิตซิตี้ เมอร์เซเดส" โดยนอกจากบริการทางการเงิน ที่ทางซิตี้แบงก์เตรียมมอบให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรฯ แล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้เตรียมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มอบให้กับลูกค้าตลอดทั้งปี อาทิ กิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์รุ่นใหม่ บนสนามทดสอบรถยนต์ระดับประเทศ และไลฟ์สไตล์เวิร์คชอปต่างๆ เป็นต้น เพื่อแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้า และสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ เมอร์เซเดส ทุกท่าน ที่ให้ความเชื่อมั่น ในแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วยดีเสมอมา” มร.โรลันด์ กล่าวปิดท้าย   สำหรับการร่วมเปิดตัวบัตรเครดิต ซิตี้ เมอร์เซเดส ครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทระดับโลกได้เลือก 3  Brand Endorsers  ซึ่งเป็นผู้ใช้จริงของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน 3 กลุ่ม เป็นตัวแทนถ่ายทอดบัตรซิตี้ เมอร์เซเดส ภายใต้แนวคิด Privileges Always Drive With You ความเหนือระดับที่พร้อมไปกับคุณทุกที่ พร้อมร่วมเผยเรื่องราวความสำเร็จที่สร้างแรงบันดาลใจที่เหนือกว่า เริ่มจาก กลุ่มแรก Practicalist คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในขณะที่อายุยังน้อย ซึ่ง “ปรางค์” อภินารา ศรีกาญจนา จะเป็น Endorser ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และในฐานะผู้บริหารแอพพลิเคชั่น U Drink I Drive พลิกความฝันที่อยากเห็นคนไทยกลับบ้านอย่างปลอดภัย กลายเป็น Challenge ใหม่จนสามารถทำได้สำเร็จ   “การเริ่มต้นทำธุรกิจ Startup มีอุปสรรคมากมาย และต้องเผชิญกับความท้าทายเสมอ แต่เพราะเรามีความฝัน ความศรัทธา และความมุ่งมั่น ที่อยากจะเห็นคนไทยทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกคืน ปรางค์จึงไม่หยุดความพยายาม การทำงานของปรางค์ต้องขับรถไปไหนมาไหน ทำให้เติมน้ำมันบ่อย ดังนั้นสิ่งที่ถูกใจสุดๆ คือ รับเครดิตเงินคืน 3% เมื่อเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ และด้วยความที่มีเวลาว่างน้อย ว่างเมื่อไหร่ก็จะไปช้อปปิ้งค่ะ เวลาขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์คู่ใจ ไปห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องหาที่จอดรถไม่ได้ เพราะมี reserved parking  บริการ สะดวกมาก นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ตอบโจทย์เจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ ที่เป็นผู้หญิง อย่างบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์ในเรื่องความปลอดภัยที่ประทับใจมากค่ะ” กลุ่มที่ 2 Luxury Owner สื่อถึงคนที่มีอายุมากขึ้น มีความรับผิดชอบต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น นั่นตือ “อั๋น” ภูวนาท คุนผลิน" นอกจากประสบความสำเร็จในฐานะ ดีเจ นักร้อง และนักแสดง ที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงของประเทศ เขายังมีอีกบทบาทเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต คือ การดูแลธุรกิจของครอบครัว เป็นความรับผิดชอบที่สูงมากยิ่งขึ้น   “แรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดในทุกด้าน คือ ครอบครัว ผมใช้ความรักของครอบครัวนำทาง และประคับประคองให้เราอยากประสบความสำเร็จ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจทั้งตัวเราเองและคนที่เรารัก ความสุขของชีวิตในตอนนี้ คือ การได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว แต่ก็ต้องจัดลำดับความสำคัญให้งานด้วย เคล็ดลับของการบริหารที่ประสบความสำเร็จของอั๋นคือ การหาผู้ช่วยที่รู้ใจครับ อย่างบัตรเครดิตสำหรับอั๋นต้องเป็นอะไรที่สามารถมอบสิทธิประโยชน์ได้เหนือกว่าบัตรเครดิตอื่นๆ อย่างบัตรเครดิต ซิตี้ เมอร์เซเดส ที่มีสิทธิพิเศษที่เกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยตรง อาทิ เมื่อนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการก็จะได้ ส่วนลด 15% สำหรับค่าอะไหล่และค่าแรงด้วย แถมเมื่อใช้คะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ดเท่ากับยอดใช้จ่าย ก็ได้ส่วนลดเพิ่มอีก 15% อีกด้วย” กลุ่มสุดท้าย Indulger กลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว แต่ต้องการเติมเต็มบางสิ่งที่ต้องการในชีวิต นั่นคือ "บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์" ที่หลายคนรู้จักในฐานะนักร้องนำ วงกรูฟ ไรเดอร์ ซึ่งการเป็นนักร้องนั้น เป็นการทำตามความหลงใหลอย่างเต็มที่ จนประสบความสำเร็จ   “ผมเป็นคนที่ถ้ามีความแพสชั่นกับอะไรแล้ว จะทำให้เต็มที่ ทุกๆ อย่างที่ทำมาจากใจรัก และเมื่อได้ลงมือทำแล้ว จะไม่มีวันทอดทิ้ง ถือเป็นปรัชญาในชีวิตของตัวเอง ทั้งการทำธุรกิจรถยนต์ ร้านอาหาร และการร้องเพลง ผมว่าตลอดชีวิตนี้แรงบันดาลใจมันหาได้เรื่อยๆ ครับ ยิ่งเราเดินทางไปในที่ที่ไกลกว่า หรือเจอประสบการณ์ที่แตกต่างจากคนอื่น เราก็ยิ่งมีแรงบันดาลใจมากขึ้น ทุกวันนี้ผมเลยเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย และการมีบัตรเครดิตดีๆ สักใบ ก็ทำให้การเดินทางของผมสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บริการห้องพักรับรองพิเศษที่สนามบินสุวรรณภูมิ  รวมถึงบริการรถลีมูซีน ด้วยรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากบ้านถึงสนามบินสุวรรณภูมิ และเวลาไปต่างประเทศ ก็หนีไม่พ้นเรื่องการช้อปปิ้งเสื้อผ้า แผ่นเสียง ซึ่งทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ก็จะได้รับคะแนนสะสม 2 เท่า เรียกว่าเป็นสิทธิประโยชน์ที่ตอบทุกโจทย์ได้สมบูรณ์แบบจริง ๆ ” สัมผัสสิทธิประโยชน์ในทุกรูปแบบของการใช้ชีวิตที่เหนือกว่า ด้วยบัตรเครดิต ซิตี้ เมอร์เซเดส ความเหนือระดับที่พร้อมไปกับคุณทุกที่ สามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.citibank.co.th