TOP
h
  /    /  November

เผลอแป๊บเดียวก้าวเข้าสู่เกือบจะครึ่งปี 2564 แล้ว สถานการณ์โควิดก็มาระบาดซ้ำระลอก 3 ทำให้ปีนี้เป็นปีที่หนักกับทุกคนใช้ชีวิตอยู่บนความกลัว ความหวาดระแวง จากโรคร้ายไวรัสโควิด-19 ที่ดูทีท่าจะมีแต่พบผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อมากยิ่งขึ้นทุกวัน แต่ในขณะเดียวกันทั่วโลกก็ได้เดินหน้าระดมการฉีดวัคซีนโควิดให้ได้อย่างรวดเร็วและมากที่สุด เพื่อปกป้องชีวิตทุกคนในประเทศ แม้แต่ประเทศไทย เรามาเบรคช่วงสถานการณ์ที่ทำให้เหนื่อยและท้อ มาเช็คดวงแม่นๆ 12 ราศี ประจำเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2564 ที่จะทำให้หลายคนได้มีรอยยิ้มและมีกำลังใจกันบ้าง   ราศีมังกร 15 ม.ค. - 14 ก.พ. 2564 นั่งลงสักพัก สูดลมหายใจลึกๆ ทุกอย่างมีเวลาของมัน คุณทำดีที่สุดแล้วและไม่มีอะไรน่ากังวลสักนิด ปล่อยวางความเครียดและยืดหยุ่นกับตัวเองหน่อย! อดทนไว้ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นสำหรับผู้ที่รอเป็นเสมอ หากคุณคิดเริ่มต้นทำธุรกิจ มองหางาน หรือทำสิ่งใหม่ๆ นี่คือโอกาสที่ดีมาก คุณควรลงมือทำทันที นอกจากนี้การเงินและสุขภาพของคุณยังดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ในด้านความรัก เราอยากให้คุณเชื่อมั่นไว้ว่า “ความรักที่ดีเป็นของคุณเสมอ” โปรดอย่ากังวล ความรักจะมาเมื่อคุณเปิดใจและกล้าก้าวข้ามผ่านความกลัว ส่วนคนมีคู่ ไม่มีทุกอย่างได้ดั่งใจเราเสมอไปหรอก ปล่อยวางได้ก็ปล่อย อย่าไปยึดติดหรือมีอีโก้มาก ฝึกให้อภัยกัน ความสัมพันธ์จะได้ราบรื่นยั่งยืน ----------||---------   ราศีกุมภ์ 15 ก.พ. - 14 มี.ค. 2564 เป็นช่วงเวลาที่ความคิดสร้างสรรค์ของคุณโลดแล่นอย่างเต็มที่ อาจมีงานหรือโปรเจคที่คุณต้องทำแต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ลองเปลี่ยนสภาพแวดล้อมสักหน่อย คุณจะค้นพบความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำค่า อย่ากลัวที่จะทำความฝันของคุณให้เป็นจริง และทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทุกสิ่งที่ดีมาพร้อมกับความเสียสละ และเป้าหมายทางการเงินของคุณก็ไม่ต่างกัน ในด้านสุขภาพอาจต้องใส่ใจในเรื่องการนอนหลับ พักผ่อน และรับประทานให้ตรงเวลาให้มากกว่านี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณในอนาคต สำหรับเรื่องความรักคุณอาจปรารถนาที่จะมีความรักเข้ามาในชีวิตมากขึ้น บางคนอาจพร้อมที่จะเปิดรับความรักครั้งใหม่ หรือปรับปรุงความสัมพันธ์ในปัจจุบันของคุณให้ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นอะไรทุกอย่างกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ----------||---------   ราศีมีน 15 มี.ค. - 14 เม.ย. 2564 คุณอาจมีการตัดสินใจครั้งสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากคุณอาจรู้สึกว่ามีทางเลือกต่างๆ เข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะเรื่องเงินทอง หรือความรัก ซึ่งคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของคุณ เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือคนที่เป็นผู้ชาย จะสามารถให้คำแนะนำในการตัดสินใจที่เหมาะสมสำหรับคุณได้ ในช่วงนี้คุณอาจรู้สึกเครียดหรือกังวลใจ เราเข้าใจว่าคุณเจ็บปวดกับสิ่งที่คุณเผชิญ แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่สิ่งอื่นๆ ที่ดี อาจช่วยให้คุณมองเห็นวิธีแก้ปัญหาได้มากขึ้น หากคุณกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงิน ให้พยายามจดจ่อกับสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อเพิ่มรายได้ ในเรื่องของความรัก มีโอกาสที่คนรักเก่าจะกลับมา ส่วนใครที่มีคู่อยู่แล้ว แม้จะมีปัญหากันบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้และหายเป็นปกติได้ หากคุณเรียนรู้ที่จะการให้อภัยกัน ----------||---------   ราศีเมษ 15 เม.ย. - 15 พ.ค. 2564 ตอนนี้อาจดูเหมือนว่ามีอะไรมากมายเกิดขึ้นในชีวิตคุณ มีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นซึ่งบางครั้งอาจครอบงำคุณได้ พายุกำลังถาโถมคุณอยู่ แต่พายุไม่ได้อยู่ตรงนี้เสมอไปหรอก อีกสักพักมันจะหยุดและพัดผ่านไป ไม่ว่าคุณจะผ่านอะไรมา แสงจะส่องสว่างอีกครั้ง ลองขอคำชี้แนะจากใครสักคนเพื่อช่วยจัดการปัญหาปัจจุบันของคุณ หากคุณลงทุน คุณจะได้รับผลตอบแทนในไม่ช้า เช่นเดียวกับการทำงานหนักที่คุณได้ทุ่มเท ท้ายที่สุดแล้วมันคุ้มค่ากับแรงกายแรงใจแน่นอน การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรทำในช่วงนี้ ในเรื่องความรัก จะมีคนเข้ามาในชีวิตของคุณ และนี่คือเนื้อคู่ของคุณเอง แม้เขาจะไม่ตรงสเป็ค แต่ลองเปิดใจดูหน่อย คุณอาจสัมผัสกับรักแท้อีกครั้ง ส่วนคนมีคู่ถือว่าโชคดีมากๆ เพราะคนนี้เป็นคู่แท้ของคุณ ----------||---------   ราศีพฤษภ 16 พ.ค. - 15 มิ.ย. 2564 นี่คือช่วงเวลาแห่งความอุดมสมบูรณ์สำหรับคุณ ทั้งแสงสว่างและความสมบูรณ์ของชีวิต คุณจะเจริญรุ่งเรืองทั้งงาน เงิน และความรัก เริ่มมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตมากมาย ใช้เวลาชื่นชมสิ่งดีๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขอบคุณแสงที่นำทางคุณและเติมเต็มโลกของคุณด้วยสิ่งที่ยอดเยี่ยม การเงินของคุณจะดีขึ้นอย่างมาก อย่ากลัวที่จะลองลงทุนหากคุณต้องการส่วนสุขภาพจัดว่าแข็งแรง ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีในการคว้ารองเท้ากีฬาและออกไปยิม สำหรับความรัก หากคุณเป็นคนโสดที่กำลังรอรักแท้ บอกเลยว่าเนื้อคู่ของคุณกำลังมา เผลอๆ อาจเร็วกว่าที่คาดไว้ ส่วนคนมีคู่ ไม่ต้องสงสัยหรอก

บริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด นำโดย คุณจักรพันธ์ รัตนเพชร ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ สร้างสรรค์บริการพิเศษส่งความอิ่มอร่อยถึงบ้านตอบรับวิถีชีวิตแบบ New Normal ด้วย Silver Voyage White Glove Delivery บริการจัดส่งอาหารระดับพรีเมียมส่งตรงถึงบ้านคุณ ด้วยความปลอดภัยด้านอนามัยสูงสุด Silver Voyage White Glove Delivery บริการจากแบรนด์ Silver Voyage Club แบรนด์ผู้สร้างประสบการณ์เพื่อการจดจำ ภายใต้การบริหารของบริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด บริการที่เริ่มต้นจากแนวคิดฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน กับพันธมิตรร้านอาหารและภัตตาคารชั้นนำ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยวางรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างจากการจัดส่งอาหารทั่วไป ด้วยคุณภาพที่เหนือระดับตั้งแต่จัดส่งโดยทีมงานสวมถุงมือขาว ที่เน้นความสะอาด ปลอดภัย ไร้เชื้อ ได้คัดเลือกร้านอาหารชั้นนำชื่อดังที่มีครัวมาตรฐานสูงของกรุงเทพฯ อาทิ ร้านสุพรรณิการ์ กับอาหารไทยรสชาติต้นตำรับอาหารไทยพื้นบ้านสูตรโบราณ, Nara Thai Cuisine อาหารไทยร่วมสมัยระดับพรีเมียมที่เน้นความกลมกล่อมของรสชาติ, Coffee Bean by Dao อาหารไทยและนานาชาติกับรูปลักษณ์และรสชาติที่ทุกคนคุ้นเคย, Water Library อาหารสไตล์ตะวันตกรสชาติล้ำลึก, ส.โภชนา สั่งได้ทั้งอาหารจีนและอาหารไทยรสชาติเข้มข้น, Hotto Bun ที่มี ‘บันไส้ทะลัก’ เป็นเมนูซิกเนเจอร์อร่อยเด็ด หรือสำหรับคนชอบชาบู สามารถเลือกเซ็ตพิเศษ ทั้งวัตถุดิบและหม้อครบชุดให้รับประทานกันได้ทั้งครอบครัว หรือถ้าอยากลองอาหารระดับมิชลินก็สั่งได้กับ Chim by Siam Wisdom อาหารไทยประยุกต์โดยเชฟระดับมิชลินสตาร์ เป็นต้น โดย Silver Voyage White Glove Delivery ให้บริการจัดส่งอาหารจากร้านโปรดถึงทุกบ้านและทุกคอนโด ในแบบจัดเซ็ตพร้อมรับประทาน ด้วยหลักปฏิบัติสำคัญในการจัดส่ง 3 ประการคือ 1. ใช้รถซีดานจัดส่งอาหารเพื่อความปลอดภัย สะอาด และปราศจากฝุ่นและการปนเปื้อนระหว่างการส่ง รถลิมูซีนจะผ่านการพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อไวรัสทุกเที่ยวการส่ง 2. จัดการแยกประเภทของอาหารเพื่อลดการปนเปื้อนต่างๆ 3. จัดส่งอาหารโดยพนักงานสวมถุงมือขาว ที่เน้นความสะอาดไร้เชื้อไวรัส มุ่งเน้นลดการสัมผัสให้น้อยที่สุดในการจัดส่งอาหาร   สิทธิพิเศษ • สำหรับเมนูอาหารร้านดัง เริ่มต้นเซ็ตเมนูที่ 1,000 บาท ค่าบริการจัดส่ง 350 บาทในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ถือบัตร Citi Mercedes Credit Card ฟรี! ค่าจัดส่ง 350 บาท เงื่อนไข • สำหรับผู้ถือบัตร Citi Mercedes Credit Card เท่านั้น เพียงแจ้ง Code: SVMC2021 จำกัด 200 สิทธิ์ สาขาที่ร่วมรายการ สอบถามเมนูและจองการส่งได้ง่ายๆ ผ่าน World Reward Solutions Concierge โทร. 0 2016 9975 หรือสั่งออนไลน์ได้ที่ http://whiteglove.worldrewardsolutions.com ติดตามข้อมูลต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/worldrewardsolutions ระยะเวลา • ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2564

ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่โควิด-19 ก็ยังคงเป็นสิ่งที่เราต่างต้องเฝ้าระวัง เพราะเมื่อไหร่ที่เผลอก็อาจเปิดโอกาสให้เชื้อโรคตัวร้ายนี้เข้ามาทำลายเราได้ ดังนั้นการใช้ชีวิตแบบ New Normal จึงยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ   วัดไข้เป็นระยะ เพราะเชื้อโรคที่กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ได้มีการกลายพันธุ์ ทำให้อาการที่แสดงออกอาจไม่ชัดเจนนัก แถมยังติดต่อกันได้ง่ายกว่าเดิมอีก ดังนั้นตราบใดที่ไม่สามารถเก็บตัวอยู่กับบ้านได้ 100% ก็ยังคงต้องเพิ่มความระมัดระวัง และคอยสังเกตอาการตัวเองและคนใกล้ชิด โดยนอกจากจะมีหน้ากาก เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือเป็นของสำคัญที่ต้องพกติดกระเป๋าแล้ว ปรอทวัดไข้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องเพิ่มเข้ามา เพื่อคอยเช็กระดับอุณหภูมิในร่างกายว่าสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียสหรือไม่ ควบคู่ไปกับการสังเกตอาการอื่นๆ เช่น ไอ หายใจเหนื่อยหอบ รวมถึงประสิทธิภาพการได้กลิ่น -||-   โหลดแอปฯ จำเป็น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ทุกพื้นที่นอกบ้านกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง เราจึงต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ใช้ชีวิตโดยถูกจำกัดพื้นที่และเวลา ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อนการใช้ชีวิตดังกล่าวคงยากกว่านี้ โชคดีที่ตอนนี้เทคโนโลยีได้ก้าวล้ำไปไกลแล้ว การใช้ชีวิตแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ขอเพียงแค่เรามีแอปพลิเคชันตัวช่วยต่างๆ เช่น Grab, Lineman หรือ Foodpanda สำหรับสายกิน Lazada, Shopee, JD central และ King power สำหรับสายช้อป TrueMoney Wallet, Rabbit LINE Pay, Airpay, GrabPay Wallet และแอปธนาคารต่างๆ สำหรับสายทำธุรกรรม ด้านสายจ่ายตลาดก็มี Big C online, Tesco Lotus, CP Freshmart, Tops, Makro, Surapon Foods Online, HappyFresh ที่น่าจะพอช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยจากเชื้อไวรัสนี้ไปได้ -||-   เปลี่ยนบ้านให้เป็นที่ (น่า) ทำงาน เมื่อ “บ้าน” กลายเป็นสถานที่ทำงานในช่วงเวลาที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม การจัดบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศ สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งไหนๆ ก็มีโอกาสได้ทำงานที่บ้านทั้งที ก็ลองปรับเปลี่ยนมุมโปรดของบ้าน ให้กลายเป็นที่นั่งทำงาน โดยจัดหาที่นั่งให้เหมาะสม เสริมบรรยากาศด้วยข้าวของตกแต่งตามความชอบ เพื่อช่วยผ่อนคลาย และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีในการทำงานผ่านโน๊ตบุ๊ก แท็ปเล็ต หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ โดยใช้วิธีการพูดคุยสื่อสาร หรือส่งงานผ่านอีเมล ไลน์ หรือ WhatsApp รวมถึงประชุมงานกันโดยใช้ Video Conference ผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Line ที่สามารถ Group Call ได้สูงสุดถึง 200 คน หรือถ้าเป็นการประชุมกลุ่มเล็กก็สามารถใช้ Google Hangout เพราะสะดวกต่อการแชร์เอกสาร เช่นเดียวกับ Zoom ที่สามารถแชร์หน้าจอของผู้ร่วมประชุม หรือ Microsoft Teams ที่สามารถบันทึกการประชุมได้ด้วย -||-   เดินทางอย่างปลอดเชื้อ ไม่ใช่แค่พื้นที่ภายในบ้านเท่านั้น ที่ต้องดูแลรักษาความสะอาดให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัส แต่ในยุคปัจจุบัน “รถ” ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เราใช้เวลาอยู่ไม่น้อยไปกว่าบ้าน ดังนั้นจึงต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษเช่นกัน โดยช่วงนี้อาจจะต้องนำรถไปล้างให้บ่อยขึ้น เนื่องจากเราไม่อาจรู้ได้ว่ามีใครมาสัมผัสรถเราบ้าง ส่วนภายในรถก็ทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในรถยนต์ทั่วไป โดยเน้นบริเวณจุดสัมผัส เช่น เบาะ พวงมาลัย หัวเกียร์ มือจับประตู พรม ที่เท้าแขน พนักพิงศีรษะ ให้มากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในระหว่างวันก็อาจนำรถไปจอดตากแดดบ้าง เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ อีกทั้งเมื่อเข้ามาภายในรถแล้ว สิ่งที่ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารทุกคนจะต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกคือ การล้างมือด้วยเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ รวมถึงสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ในรถ -||-   พูดคุยเว้นระยะ ในช่วงเวลาแบบนี้ บางทีก็ต้องยอมที่จะกลับไปใช้ชีวิตในสังคมก้มหน้า เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนรอบข้าง เพราะการพูดคุยกันต่อหน้าอาจนำมาซึ่งเชื้อโรคตัวร้ายนี้ ด้วยว่าเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า อีกฝ่ายที่เราพูดคุยด้วยเขาไปรับเชื้อมาหรือไม่ รวมทั้งตัวเราเองก็อาจมีเชื้ออยู่โดยไม่แสดงอาการก็ได้ หากดูจากไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อก็จะเห็นว่าบางคนเพียงแค่ไปซื้อของจ่ายตลาด ไม่น่าจะมีการพูดมากมายนัก แต่กลับได้รับเชื้อมา นั่นจึงยิ่งทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการพูดคุยสื่อสารเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ แล้วหันมาใช้การพูดคุยสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมล โทรศัพท์ หรือการแชทแทน หรือหากจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันต่อหน้าจริงๆ ก็จำเป็นต้องเว้นระยะห่างระหว่างกัน 1 - 2 เมตร รวมถึงต้องสวมใส่หน้ากากอย่างถูกต้องตลอดเวลา -||-   เป็นนักจัดการบริหารเวลา ถ้าหากว่ายังจำเป็นต้องใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงาน ซื้อของ หรือกินข้าว ต้องรู้จักวางแผน และบริหารเวลาให้เป็น เพื่อที่ว่าจะได้ใช้เวลาอยู่นอกบ้าน ซึ่งทุกพื้นที่ถือเป็นความเสี่ยงให้น้อยที่สุด โดยอาจหาเวลา 1 วันต่อสัปดาห์ ให้เป็นวันที่จะออกไปจัดการทำธุระจำเป็นนอกบ้าน โดยก่อนหน้านั้นสิ่งที่ต้องทำคือ การจดรายการที่จำเป็นต้องทำ เพื่อจะได้วางแผนการเดินทาง รวมถึงดูว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นมีอะไรที่สามารถนัดหมายหรือสั่งจองล่วงหน้าได้บ้าง จะได้เป็นการประหยัดเวลา และลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับเชื้อไวรัสโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ก่อนที่จะไปยังร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ต่างๆ ให้ตรวจสอบดูก่อนว่าที่ที่จะไปนั้น มีประวัติการเดินทางไปของผู้ติดเชื้อในช่วงเวลาก่อนหน้าหรือไม่ รวมถึงมีมาตรการดูแลความสะอาด และเฝ้าระวังการแพร่เชื้ออย่างไรบ้าง มีการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ หรือจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่างตามความเหมาะสมหรือไม่ และเมื่อกลับถึงบ้านแล้วให้ถอดรองเท้า ทิ้งหรือทำความสะอาดหน้ากากอย่างเหมาะสม ก่อนจะตรงไปล้างมือ และอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที -||-   ออกกำลังกายแบบปลอดภัย สำหรับสายเฮลท์ตี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ฟิตเนส และสถานออกกำลังกายต่างๆ ปิดให้บริการอีกครั้ง ระหว่างนี้อาจหลีกเลี่ยงที่สาธารณะแล้วหันมาออกกำลังกายผ่านคลิป เฟสบุ๊กไลฟ์ หรือ Youtube Channel ของบล็อกเกอร์สายสุขภาพ ที่มีให้ติดตามมากมาย ทั้งยังสามารถกดย้อนเพื่อศึกษาท่าทางที่ถูกต้องได้อีกด้วย ส่วนใครที่ยังต้องการเทรนเนอร์ส่วนตัว ก็สามารถใช้การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ โดยใช้เป็นการส่งรูป คลิปวิดีโอสาธิต หรือวิดีโอคอล เพื่อการออกกำลังกายอย่างถูกวิธีและต่อเนื่องได้เช่นกัน ------------------------------------ ที่มา: Mercedes Card Journal Issue01/2021

ขอเชิญชวนทุกคนหลุดเข้าสู่โลกกาแลกซี่ เปิดประสบการณ์ทางศิลปะในรูปแบบใหม่ ของปี 2021 กับงาน “Lyra Galaxy Experience” ด้วยบรรยากาศแสง สี เสียง จากการผสมผสานของ Visual Lighting และ Art Installation หรือศิลปะดิจิทัล ให้มีความสุข รอยยิ้ม สัมผัสความแปลกใหม่ และดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของดวงดาว Lyra ทั้ง 6 ดวง ประกอบไปด้วย "ปัญ - เจนนิษญ์ - ฟ้อนด์ - เนย - นิว -นิกี้" Noey (เนย)- Forest  ตัวแทนของความร่มรื่น ความสวยงามของป่าที่มีเสียงน้ำไหล เสียงนกร้อง ให้ความรู้สึกสดชื่น สบายใจ ในโลกที่ทำหลาย ๆ อย่างด้วยความเร่งรีบ ความวุ่นวายจากหลาย ๆ สิ่งที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน อยากให้ทุกคนมาโซนนี้ได้พักผ่อน จากความเร่งรีบ ปล่อยตัวเองให้ได้พักผ่อนไปกับเสียงของธรรมชาติ และได้รับความสวยงามกลับไปด้วย ซึ่งในโลกที่วุ่นวาย ลองปล่อยใจให้สบายไปกับเสียงของธรรมชาติ อย่างน้อยอยากให้ที่ตรงนี้ ได้เป็นความสบายใจของทุกคน Niky (นิกี้) - Lunar ตัวแทนของดวงจันทร์ เป็นดาวเคราะห์ที่ไม่สามารถส่องสว่างด้วยตัวเองได้ หากขาดดวงจันทร์ไป คนบนโลกก็คงไม่ได้เห็นแสงสีเหลืองนวล ที่ส่องสว่างยามราตรี และถ้าขาดดวงดาวไปท้องฟ้าตอนกลางคืนก็คงขาดความเป็นประกายและขาดสีสัน ดวงจันทร์คงอยู่คนเดียวไม่ได้ Jennis (เจนนิษญ์) - Cold LAVA  สื่อถึงสีน้ำเงิน เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสุขุม นุ่มลึก เมื่อมารวมกับลาวา ทำให้แสดงออกมาเป็นความหนักแน่นที่มีพลัง แต่ก็ยังคงความพลิ้วไหวเหมือนสายน้ำที่ไหลอย่างช้า ๆ ไปบนทุกพื้นผิวที่รองรับ New (นิว) - Snow  เมื่ออยู่ในห้องที่ชื่อว่า SNOW คุณคิดยังไงกับ "หิมะตก" ทุกคนมีความผิดพลาดเหมือนกัน มีความผิดหวังเหมือนกัน แต่คนที่สำเร็จ คือคนที่มองเห็นความสวยงาม ของการตกลงมาของชีวิตได้ ว่านี่คือขึ้นบันได ที่จะพาเราเข้าใกล้ความสำเร็จมากยิ่งขึ้น Pun (ปัน) - Aurora ONCE IN A LIFETIME" กับแสงเหนือ ถือเป็นสิ่งที่หนูใฝ่ฝันอยากจะเห็นสักครั้งในชีวิต และคิดว่าหลาย ๆ คนก็อาจมีความฝันนี้อยู่ มีหลายอย่างในห้องนี้ที่จะทำให้เราเชื่อมต่อถึงกันและกัน และห้อง ๆ นี้ก็คงเป็นเหมือนสิ่งที่สามารถบอกพวกเราได้ว่า ความฝันของเราเป็นจริงได้นะ Fond (ฟ้อนด์) - Wind เปรียบดั่งลมที่สื่อถึงจินตนาการ หรือความฝันที่สามารถพัดพาทุกสิ่ง ให้เกิดขึ้นจริงได้แบบไม่มีกรอบ ล่องลอยไปกับความรู้สึกสบาย ๆ สำหรับงาน LYRA GALAXY EXPERIENCE เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-23 เมษายน 2564 เวลา10.00-20.00 น. ณ Siam Smile Space ชั้น 4 Siam Discovery  และเริ่มเปิดขายหน้างาน สำหรับบุคคลทั่วไปในวันที่ 6-23 เมษายน 2564 ราคา 250 บาท โดยจะได้โปสการ์ดเป็นของแถม 1 ใบ (คละแบบ 3 แบบ) **หมายเหตุ** : รับเฉพาะเงินสดหน้างานเท่านั้น #LYRAGalaxyExperience #Galaxy #lyra #universalmusic #thailand #IAM #L&E #siamdiscovery

อยากตรวจสอบสมรรถภาพรถ ครบกำหนดเช็คระยะ แต่ก็ไม่สะดวกใจ ถ้าต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้คน! เรื่องง่ายๆ เพียงแค่การนำรถเข้าศูนย์บริการฯ ก็กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากทันที ในยุคที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นวันนี้ ที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิต New Normal ที่ต้องเว้นระยะห่าง ไร้การสัมผัส พร้อมมอบความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน มาทำความรู้จักนวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่ Drop & Go CONTACTLESS Service ครั้งแรกในประเทศไทยกับบริการนำรถเข้าศูนย์ฯ แบบไร้การสัมผัส เชื่อมต่อเทคโนโลยีที่มอบทั้งความสะดวกสบายและปลอดภัย โดย เบนซ์ตลิ่งชัน และ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ผู้จำหน่ายและให้บริการเมอร์เซเดสเบนซ์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้สร้างสรรค์ขึ้นตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง โดยผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถนำรถเข้าศูนย์ฯ ได้เพียงปลายนิ้วรวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส ผ่านบริการแอปพลิเคชันในแพลตฟอร์มออนไลน์ ตอบโจทย์ทั้งในเรื่อง ความสะดวก ช่วยให้จองนัดเข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็วทันใจ ประหยัดเวลา เพื่อจะได้ใช้เวลาที่เหลือไปทำภารกิจอื่นๆ ได้ด้วย ปลอดภัย เพราะไม่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับใคร เลี่ยงการนั่งรออยู่ในศูนย์บริการฯ ที่มีคนจำนวนมาก สำหรับ บริการ Drop & Go CONTACTLESS Service นวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่นำรถเข้าศูนย์ฯ สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ เพียง ADD LINE @benztalingchan หรือ @attaautohaus แล้ว CLICK MENU > Drop & Go CONTACTLESS เลือกวัน เวลา กรอกข้อมูลรถยนต์ และการบริการที่ท่านต้องการ ขับรถมาที่ศูนย์ฯ DROP กุญแจรถยนต์ของท่านในกล่อง drop box และ สามารถกลับบ้านได้ทันที สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไร้การสัมผัส จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อกลับด้วยระบบ e-document และชำระค่าสินค้าและบริการผ่านระบบ e-payment ความไฮเทคยังไม่หมดเพียงเท่านี้! สำหรับผู้เข้ารับบริการที่ แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ดิจิทัลโชว์รูมแห่งแรกในไทย บนถนนราชพฤกษ์ ยังสามารถพูดคุยกับที่ปรึกษาบริการแบบเสมือนจริงผ่าน ATTA BOT แอทต้าบอท หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก บริเวณจุดส่งมอบรถยนต์ Service Lobby อีกด้วย ทั้งนี้นอกเหนือจากบริการ Drop & Go CONTACTLESS สุดทันสมัยแล้ว สำหรับผู้ที่มาที่ศูนย์บริการฯ ด้วยตนเอง เบนซ์ตลิ่งชัน และแอทต้า ออโต้เฮ้าส์ ยังให้บริการนำรถเข้าศูนย์ฯ ถึงบ้าน Delivery & Pick up @HOME, บริการตรวจสอบสภาพรถถึงบ้าน Mobile Service @HOME ที่ครอบคลุมทั้งการซ่อมบำรุงตามระยะทาง และบริการซ่อมสีและตัวถังจากอุบัติเหตุต่างๆ ด้วยเครื่องมือและทีมช่าง (Certified Technicians) ที่ได้รับการแต่งตั้งและรับรองอย่างเป็นทางการ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย (Mercedes-Benz Authorized Service Center & Body & Paint Center) อีกด้วย สัมผัสประสบการณ์การให้บริการสุดพิเศษที่แสนสะดวกสบาย ปลอดภัย มั่นใจในมาตรฐาน ได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์มาตรฐานทั้ง 2 แห่ง -เบนซ์ตลิ่งชัน (Authorized Mercedes-Benz Service Center & Authorized Body& Paint Workshop) 24hrs.Call Center: 0 2767 8888 LINE OA: @benztalingchan -แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ (Authorized Mercedes-Benz Service Center) 24hrs. Call Center: 0 2045 9999 LINE OA: @attaautohaus

ทั้งบริษัท สตาร์ต-อัพ และเหล่าศิลปิน กำลังผสมผสานสิ่งทอเข้ากับอัลกอริทึม (algorithms) รวมทั้งนำขยะของเสียมาพัฒนาให้กลายเป็นนวัตกรรมสุดเจ๋ง และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำบางอย่างของการสร้างสรรค์เหล่านี้ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของยานยนต์ที่ผลิตออกมา   สิ่งทอเนื้อนุ่มจากขวดพลาสติก สิ่งที่คุณเห็น ณ ที่นี้ไม่ใช่ผืนหนัง หากแต่เป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ Dinamica ที่มีความยั่งยืนจากบริษัท Miko สัญชาติอิตาเลียน เหนืออื่นใดผ้าไมโครไฟเบอร์ชนิดนี้ผลิตจากเส้นพลาสติกจากขวด PET และเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล และวัสดุชนิดนี้ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนของการศึกษาและพัฒนา มีการตั้งเป้าหมายไว้ว่าในอนาคต ส่วนประกอบของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นวัสดุที่ได้จากกระบวนการรีไซเคิล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ recyclates โดยนับจากปี 2021 ผ้าไมโครไฟเบอร์ Dinamica ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนมากขึ้น จะถูกนำมาใช้ในยวดยานบางรุ่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์   NEW PERSPECTIVES วัสดุทางเลือกและเทคนิคก้าวล้ำ คือสิ่งช่วยเผยมุมมองใหม่ๆ ดังสิ่งที่เรานำมาแสดงให้เห็น ณ ที่นี้ บางส่วนได้ผ่านการทดลองและทดสอบ และบางอย่างได้ถูกนำไปใช้ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นที่เรียบร้อยทั่วทั้งโลก แนวคิดเรื่องการใช้ทรัพยาการให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กำลังถูกทดสอบอย่างจริงจังมากกว่าที่เคย คำถามพื้นฐานที่มักจะพบ ประเภท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยผลประกอบการปี 63 ย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์รถยนต์ลักซ์ชัวรี ด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านคัน ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 โดยในไทย “Mercedes-AMG” กวาดยอดขายเติบโต 14.9% แม้มีสถานการณ์โควิด-19 พร้อมส่ง “Mercedes-Benz The new E-Class” นำทัพลุยตลาด ก่อนเตรียมส่งรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ตะลุยเปิดตัวต่อเนื่องตลอดปี เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำยอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วยยอดขาย 2,528,349 คัน ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 1,024,315 คันหรือเติบโตขึ้น 4.7% โดยตลาดจีนฟื้นตัวเร็วด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 11.7% ยอดขาย “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ในไทยโต 14.9% ในปี 63 และเฉพาะไตรมาส 4 เติบโตถึง 33.9% โดยยอดขายในส่วนบริการลูกค้าจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เติบโตขึ้นในทุก ๆ แผนก เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อม เปิดตัว “Mercedes-Benz The new E-Class” ที่สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวเปี่ยมเอกลักษณ์ มั่นใจตอบรับทุกความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลประกอบการประจำปี 2563 ย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ลักชัวรีระดับโลก ด้วยยอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 พร้อมย้ำว่าแม้สถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ตลอดปีที่ผ่านมา แต่เมอร์เซเดส–เบนซ์ยังมองเห็นสัญญาณบวกต่อเนื่อง ทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของตลาดจีน ดันยอดขายในจีนเติบโตขึ้น 11.7% และผลักดันให้ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นรวม 4.7% ส่วนในประเทศไทย ยอดขาย “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ก็เติบโตขึ้น 14.9% โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่เติบโตขึ้นถึง 33.9% แสดงให้เห็นว่าความต้องการขับรถยนต์สมรรถนะสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยอดขายในส่วนของบริการหลังการขายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เติบโตขึ้นในทุกๆ แผนกตลอดปีที่ผ่านมา สำหรับปี 64 เมอร์เซเดส–เบนซ์พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดปี โดยเปิดปีด้วยการแนะนำ “Mercedes-Benz The new E-Class” ก่อนตามด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้   มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความมั่นใจว่าตลาดรถยนต์ลักชัวรี จะยังคงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผลักดัน และขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เพราะแม้ว่าเราทุกคนจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา แต่เรายังมองเห็นสัญญาณบวกจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยในตลาดโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงสามารถรักษายอดขายได้มากกว่า 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วยยอดขาย 2,528,349 คัน เพราะเราได้ปรับกลยุทธ์ด้านการขายและการบริการให้เป็นดิจิทัลมากขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย เพื่อให้ก้าวทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ความต้องการในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้เราสามารถทำยอดขายรถยนต์ไฮบริดได้สูงถึง 115,000 คันหรือเพิ่มสูงขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในหลาย ๆ ตลาด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง เฉพาะในเอเชียแปซิฟิก เราสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,024,315 คันหรือเติบโตขึ้น 4.7% โดยมีตลาดจีนเป็นตลาดสำคัญในการขับเคลื่อน ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 11.7% หรือ 774,382 คันซึ่งถือว่าเป็นสถิติใหม่”    “สำหรับในตลาดไทย ด้วยสถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงให้ความสำคัญกับสภาพคล่องของผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และสามารถประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นปี 2563 มาได้ด้วยดี โดยเรายังมองเห็นสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ทั้งยอดขายของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีที่เพิ่มสูงขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ไตรมาสเดียว ยอดขายเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีเพิ่มสูงขึ้นถึง 33.9% เลยทีเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่า ความต้องการขับรถยนต์สมรรถนะสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเพิ่มขึ้น ส่วนยอดขายรถยนต์ V-Class ซึ่งเราเปิดตัวรุ่นใหม่ในปีที่ผ่านมาก็เพิ่มสูงขึ้น 59.2% ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ฝ่ายบริการลูกค้าของเมอร์เซเดส–เบนซ์ ได้วางกลยุทธ์ในการให้บริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งนั่นคือหัวใจในการบริการของเรา โดยเราได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาของ “แพ็คเกจเมอร์เซเดส–เบนซ์ เซอร์วิส พลัส” ขยายระยะเวลาเกินกำหนดของการเข้ารับบริการบำรุงรักษา การดูแลเรื่องความสะอาดที่ศูนย์บริการฯ รวมไปถึงการนำเสนอ “Welcome Back Service Campaign” เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าด้วยส่วนลดและข้อเสนอพิเศษสำหรับบริการหลังการขาย ทั้งหมดนี้จึงทำให้ยอดขายในส่วนของบริการหลังการขาย เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งยอดขายน้ำมันเครื่อง MBOil ที่เติบโตขึ้น 14.4% ยอดขาย MBPaint ที่เติบโตขึ้น 24.4% ยอดขายยางรถยนต์ MBTire ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 260.8% ฯลฯ”    “สำหรับปี 2564 เมอร์เซเดส–เบนซ์ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในครึ่งปีแรก เราเตรียมนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส–เอเอ็มจีรุ่นคอมแพ็คใหม่ รถยนต์ Dream Car รุ่นใหม่ที่หลายคนรอคอย รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมเทคโนโลยีที่เรียกได้ว่าเป็นนิวเอจของเทคโนโลยีไฮบริด รวมถึง Mercedes-Benz The new E-Class ใหม่ ยนตรกรรมอัจฉริยะที่พร้อมมอบทุกสิ่งที่คุณต้องการ สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ โดยมาพร้อมความเหนือชั้นของขุมพลังเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี EQ Power เจเนอเรชันที่ 3 ที่เราพร้อมกระตุ้นตลาดรถยนต์ลักชัวรีอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรกด้วย” มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม   ทั้งนี้ ในปี 2563 ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส–เบนซ์ ยังคงสานต่อการทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งการให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่โรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงา และการให้การสนับสนุนนักเรียนอาชีวะภายใต้โครงการนักเรียนช่างฝึกหัด เมอร์เซเดส–เบนซ์ตามมาตรฐานการศึกษาทวิภาคีเยอรมัน–ไทย ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการกับเมอร์เซเดส–เบนซ์ ทั้งหมด 5 สถาบัน ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ, วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก, วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก, วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก บ้านโป่ง และวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่คนไทยเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ร่วมกันในปีที่แล้ว เมอร์เซเดส–เบนซ์ ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต้านภัยโควิด-19 ด้วยการเชิญชวนผู้ใช้เมอร์เซเดส–เบนซ์ โพสต์ภาพคู่กับรถยนต์ของตนเอง แล้วมอบเงินบริจาค 500 บาทต่อภาพ โดยเมอร์เซเดส–เบนซ์สามารถรวบรวมเงินเป็นจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อมอบให้กับ 4 โรงพยาบาล ที่เป็นศูนย์กลางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และสถาบันบำราศนราดูร   เกี่ยวกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นผู้รับผิดชอบธุรกิจทั่วโลกของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และรถตู้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 173,000 คนทั่วโลก โดยมี โอล่า คัลเลนเนียส เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ รถตู้ และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น ยังมีเจตนารมณ์ในการเป็นผู้นำของโลกในด้านการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ยานยนต์ไร้คนขับ และยานยนต์ทางเลือก โดยการใช้นวัตกรรมล้ำสมัยต่างๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วยแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์ย่อย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัค และ เมอร์เซเดส-มี รวมทั้งแบรนด์สมาร์ท และแบรนด์อีคิว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์โดยสารระดับพรีเมี่ยมรายใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2563 บริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกือบ 2.4 ล้านคัน และรถตู้กว่า 438,000 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ขยายเครือข่ายการผลิตใน 2 กลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยมีฐานการผลิตกว่า 40 แห่งใน 4 ทวีป ควบคู่ไปกับแนวทางการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการในด้านยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ของตัวเองทั่วโลกใน 3 ทวีป การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนล้วนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสองกลุ่มธุรกิจ สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ความยั่งยืนหมายถึงการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระยะยาว ทั้งลูกค้า พนักงาน นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมโดยรวม โดยอาศัยพื้นฐานของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเดมเลอร์ ซึ่งมุ่งรับผิดชอบต่อผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และสังคม จากกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ของบริษัท และให้ความสำคัญต่อห่วงโซ่คุณค่าโดยรวม

เจทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนอย่างเป็นทางการผู้จัดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน งานมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก Games of the XXXII Olympiad หรือ Tokyo 2020 Olympic Games ได้จัดแพ็คเกจสุดพิเศษเพื่อให้แฟนๆ ชาวไทย ร่วมสัมผัสประสบการณ์อันสุดแสนพิเศษ และชมความยิ่งใหญ่ของพิธีเปิด - ปิด โตเกียว 2020 โอลิมปิก เกมส์ รวมถึงแพ็คเกจเข้าชมการแข่งขันกีฬาจากเหล่านักกีฬาชั้นนำของโลก ร่วมสร้างภาพอันแสนประทับใจ และเป็นส่วนหนึ่งของงานการกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติแบบเวิลด์ คลาส ได้ที่ https://www.excitejtb.com ☎️ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2344 4688

Miranda Wang และ Jeanny Yao สองสาวเพื่อนสนิทที่อยู่ในวัย 26 ปีเท่ากัน ทั้งคู่พบกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม และร่วมกันทำธุรกิจจัดการรีไซเคิลขยะด้วยนวัตกรรมมา 5 ปีแล้ว พวกเธอเพิ่งได้รับรางวัลตอบแทนความมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อสิ่งแวดล้อมและอนาคตที่ยั่งยืน และร่วมกันเปิดบริษัท Upcycling (การนำวัสดุจากของใช้งานแล้วมาสร้างสิ่งใหม่) ชื่อ BioCellection ตั้งอยู่ในเมนโล พาร์ก ที่ซิลิคอน วัลเลย์ สองสาวชาวแคนาดาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการรีไซเคิลอันล้ำสมัย โดยวิธีการของพวกเธอสามารถจัดการกับบรรดาพลาสติก ที่ก่อนหน้านี้เคยถูกมองว่านำกลับมารีไซเคิลไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ๆ   Ms.Wang, Ms.Yao ช่วยบอกหน่อยว่า BioCellection ทำอะไรบ้าง? Miranda Wang: เราซื้อและรีไซเคิลพลาสติกที่ถูกมองว่ารีไซเคิลไม่ได้ และเปิดตลาดใหม่ให้การค้าขยะพลาสติก ซึ่งก็เหมือนกับการค้าขยะแก้วและโลหะ เราสร้างแรงจูงใจให้บริษัทรีไซเคิล เพื่อให้นำขยะพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรี ไซเคิลได้มากประเภทขึ้น จากนั้นเราจะทำให้พลาสติก ที่เคยเป็นของไร้ค่าให้กลับมาใช้ใหม่ได้   เทคโนโลยีของพวกคุณมีขั้นตอนการทำงานอย่างไรบ้าง? Jeanny Yao: เทคโนโลยีของเราทำงานผ่านกระบวนการอ็อกซิเดชัน เราย่อยสลายพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง ให้กลายเป็นส่วนประกอบทางเคมี จากนั้นจึงนำส่วนประกอบที่ได้ประกอบขึ้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มันจะมีคุณสมบัติคล้ายคลึงและใกล้เคียงกับพลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียม นี่คือวิธีการที่เราเริ่มพัฒนาเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถนำไปใช้ทดแทนวัสดุประเภทหนัง ยาง และซิลิโคนได้ ตัวอย่างเช่น การนำไปใช้ตกแต่งและทำพื้นผิวในการผลิตรถยนต์ วัสดุใหม่ที่ได้ประกอบด้วยขยะรีไซเคิล 48 เปอร์เซ็นต์ และยังมีคาร์บอนฟุตปรินต์ต่ำกว่าพลาสติกทั่วไปถึง 46 เปอร์เซ็นต์ เรากำลังแสดงให้เห็นว่าการรีไซเคิลสามารถทำได้มากกว่าที่เป็นอยู่   สิ่งใดที่เป็นแรงกระตุ้น ให้คุณหันมาจัดการ กับปัญหาขยะพลาสติกที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งนับเป็นปัญหาระดับโลก? Miranda Wang: เมื่อ 2-3 ปีก่อน เรามีโอกาสไปเยี่ยมชมสถานีขนถ่ายขยะในแวนคูเวอร์พร้อมกับเพื่อนร่วมชั้นไฮสกูล และได้เห็นว่ามีขยะมากมายขนาดไหน ยากอยู่เหมือนกันที่เราจะแก้ปัญหานี้แบบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในเมื่อเรายังคงบริโภคกันอย่างไม่หยุดหย่อน และหลุมฝังกลบก็เต็มไปด้วยขยะจนล้น   ดูจะไม่เป็นงานใหญ่สำหรับคุณหรือ? Miranda Wang: ตอนแรกก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเราเริ่มหาข้อมูลเราต้องมีความมั่นใจแน่วแน่อย่างมาก ที่จะเดินต่อไปบนเส้นทางนี้ ไปให้ถึงจุดที่เราอยู่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของเราอยู่บนฐานของกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อน ทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ของเราที่มีอยู่ด้วยกัน 10 คน ทำงานอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้น   BioCellection นำพลาสติกมาจากไหน? Jeanny Yao: จากขยะที่ใช้งานมาแล้ว บริษัทเก็บขยะจะส่งขยะไปยัง Material Recovery Facility ซึ่งเป็นขั้นตอนของการคัดแยกและเตรียมสภาพของขยะมูลฝอยแต่ละประเภทให้เหมาะสำหรับการแปรรูปก่อนนำไปขายต่อ อย่างไรก็ตาม ในสหรัฐอเมริกาไม่มีตลาดสำหรับวัสดุประเภทนี้ มันจึงไปลงเอยที่การฝังกลบ เราต้องการเข้าไปแทรกอยู่ในขั้นตอนก่อนที่ขยะประเภทนี้จะถูกนำไปฝังกลบ แทนที่จะทิ้ง บริษัทขยะจะนำมาส่งให้เราโดยจ่ายในราคาเดียวกับค่าธรรมเนียมการกำจัด พวกเขาจะต้องจ่ายอยู่แล้ว เราเพิ่มมูลค่าให้ขยะอย่างเห็นได้ชัดด้วยโอกาสที่จะเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นของใหม่ สวยงามดึงดูด และมีความยั่งยืน   แล้วขยะพลาสติกในทะเลล่ะ? Jeanny Yao: ขยะในทะเลไม่ได้เกิดจากแค่การโยนขยะทิ้งลงทะเลเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการตกหล่นระหว่างขั้นตอนการขนส่ง หรือถูกชะล้างจากหลุมฝังกลบลงสู่แม่น้ำด้วย ดังนั้นเท่าที่เราทำ เรากำลังแก้ไขปัญหามลพิษทางทะเล ตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของห่วงโซ่ ซึ่งก็เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากด้วย ------------------------------------- PHOTO JENNIFER LEAHY ที่มา: MERCEDES ME MAGAZINE