TOP

ก้าวสู่มิติใหม่ไปพร้อมกับ Project One ด้วยเทคโนโลยี F1 สู่รถยนต์บนท้องถนน

ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยความฝันที่จะนำเทคโนโลยี Formula 1 มาสู่ท้องถนน และความฝันนี้กำลังจะกลายเป็นจริงแล้ว Tobias Moers หัวหน้า Mercedes-AMG กำลังจะแนะนำ Mercedes-AMG Project One ให้โลกรู้จัก

Tobias Moers และทีมมีคำถามเกิดขึ้นมากมายระหว่างที่พวกเขาพัฒนารถยนต์อันเป็น ‘สุดยอด’ รุ่นนี้ เพราะการหยิบเอาเทคโนโลยี F1 มาใส่ให้รถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนนนั้นไม่เคยมีมาก่อน

จริงๆ แล้วความฝันครั้งนี้เริ่มต้นจากบรรดาลูกค้า เมื่อ Tobias Moers เดินทางไปทั่วโลกและลูกค้าจำนวนมากบอกกับเขาว่าพวกเขาต้องการให้ AMG ทำอะไรบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นก็คือรถสปอร์ตที่โหด เร็ว และแรง กว่าอะไรก็ตามที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เคยสร้างมา พวกเขาต้องการรถที่ ‘สุดยอด’ และเป็น ‘AMG ที่แท้จริง’

หัวหน้าของ Mercedes-AMG ยินดีที่ได้ฟังเรื่องนี้ แต่เมื่อย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน บริษัทก็มีแผนการอื่นๆ อย่างโครงการ Mercedes-AMG GT แต่เขาก็บอกว่า “แต่ผมก็ไม่เคยลืมรถที่ ‘สุดยอด’ ของเรา”

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือโชคชะตา หลังจากนั้น Moers ได้โทรหา Andy Cowell กรรมการผู้จัดการ บริษัท Mercedes-AMG High Performance Powertrains (HPP) ใน Brixworth โดย HPP พัฒนาเครื่องยนต์ Formula 1 ให้เมอร์เซเดส-เบนซ์จนประสบความสำเร็จอย่างมาก ในอดีต Cowell เคยเปรยๆ อยู่เหมือนกันว่าน่าจะใส่เครื่องยนต์ Formula 1 ลงในรถสปอร์ตได้ตามกฎหมายโดยไม่ต้องทำการการดัดแปลงมากมายจนเกินไป และตอนนี้ Mercedes-AMG ใน Affalterbach ก็เกิดคำถามสนุกๆ เหมือนกันว่าสามารถทำได้หรือไม่?
และแล้วโครงการก็ลเริ่มต้นขึ้น การเผยโฉมครั้งแรกนั้นถูกนำเสนอในงาน IAA 2017 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของ Mercedes-AMG “มันอาจจะเป็นความคิดที่บ้าคลั่งที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมา” Tobias Moers หัวเราะออกมา เบื้องหน้าของเขาคือยานยนต์ทดลองที่เกิดขึ้นจากแนวคิดเริ่มต้นที่ว่านี่คือสุดยอดของ AMG ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า ‘Project One’

Moers เดินไปรอบๆ รถสองที่นั่งคันใหม่ และพูดถึงรายละเอียดของรถสปอร์ตที่คาดว่าจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับบริษัท การนำเทคโนโลยี Formula 1 มาใช้บนถนนอย่างนี้เป็นอะไรที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มีการผลิตเพียง 275 คันเท่านั้น และทุกคันมีเจ้าของแล้ว ถึงแม้จะมีราคาสุทธิอยู่ที่ 2.275 ล้านยูโร

Project One นั้นเป็นรถที่มีความสุดยอดมากเมื่อดูข้อมูลทางเทคนิค ความเร็วสูงสุดที่มากกว่า 350 กม./ชม. กำลังเครื่องยนต์มากกว่า 1,000 แรงม้า อัตราเร่ง 0 ถึง 200 กม./ชม. ภายในเวลาไม่เกิน 6 วินาที เครื่องยนต์ Formula 1 สามารถทำงานได้ถึง 11,000 รอบต่อนาทีซึ่งเป็นสถิติสูงสุด นอกจากเครื่องยนต์หลักแล้วยังมีเครื่องยนต์เบนซินแบบไฮบริดขนาด 1.6 ลิตร V6 ที่จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 4 ตัว ตั้งไว้ในเทอร์โบชาร์จเจอร์หนึ่งตัว ในเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ทำงานบนเพลาข้อเหวี่ยงหนึ่งตัว และอีกสองตัวบนเพลาหน้า

สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลทางเทคนิคเท่านั้น แต่สิ่งที่ค่อนข้างยากที่จะอธิบายก็คือมนต์เสน่ห์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจาก Mercedes-AMG Project One คือแทบจะไม่มีองค์ประกอบไหนในรถคันนี้ที่ไม่สุดโต่งในทางใดทางหนึ่ง “เรากำลังเข้าสู่ดินแดนใหม่ด้วยรถคันนี้” Moers กล่าว หลายชิ้นส่วนทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อช่วยลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นครงสร้างเป็นส่วนหนึ่งของตัวถัง (monocoque) หรือแม้แต่ระบบระบายความร้อน วัสดุคาร์บอนถูกใช้มากมายสำหรับภายในและฝากระโปรง ชิ้นส่วนเครื่องยนต์บางชิ้นได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตมากขนาดที่ต้องผลิตด้วยการใช้ 3D Printer พูดได้ว่ารถคันนี้เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจนไม่มีใขมันซักหยดเลยทีเดียว

Smooth and Powerful
รายละเอียดทุกอย่างถูกปรับให้เหมาะกับหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะวิ่งไปบนพื้นถนนได้อย่างราบรื่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ครีบอากาศซึ่งประกอบด้วยช่องรับอากาศรูปไข่ที่ติดตั้งบนหลังคาและยืดออกด้านหลังของรถนั้นช่วยเพิ่มสัมผัสที่น่าสนใจให้กับภายนอกที่มีรูปทรงหยดน้ำ และที่สำคัญมันช่วยเพิ่มเสถียรภาพด้านข้างในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้ มีการตัดสินใจที่จะยกปากทางช่องรับอากาศเล็กน้อยแทนที่จะติดตั้งมันลงบนหลังคาโดยตรง เพื่อช่วยให้อากาศพลศาสตร์ดีขึ้น Gorden Wagener หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบของ Daimler AG กล่าวกับ Moers ว่า “ถ้าคุณจำเป็นต้องทำแบบนั้น ก็ทำมันไปเลย”

เมื่อมองครั้งแรก รูปทรงของรถชวนให้นึกถึงปลาฉลามที่มีทรงพลังแต่เพรียวบาง มีครีบบนหลังคาและบานเกล็ดระบายอากาศแบบปรับได้ที่ซุ้มล้อหน้าซึ่งมีลักษณะคล้ายเหงือกของฉลาม การออกแบบที่เรียบง่ายถูกเลือกใช้ เพื่อสร้างความสมดุลกับเทคโนโลยีขั้นระดับสูงมากมายที่นำมาใช้

ที่นั่งนั้นหุ้มด้วยหนังนิ่มๆ และสามารถปรับเอนพนักพิงหลังได้ โดยผู้ขับจะได้จับพวงมาลัยรูปทรงกระบอก F1 อย่างกระชับมือ ส่วนการตกแต่งภายมีแต่อุปกรณ์ที่จำเป็น เช่นมีหน้าจอควบคุมสองจอสำหรับระบบ Infotainment กระจกมองหลังที่จริงๆ แล้วเป็นหน้าจอทีวีที่แสดงภาพจากกล้องด้านนอก เช่นเดียวกับการออกแบบภายนอก ภายในของรถนั้น ไม่ได้ออกแบบมาให้เตะตา แต่มันเป็นการออกแบบที่สะอาดซึ่งช่วยให้การขับขี่ทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“เราได้คำนึงถึงทุกอย่างจากมุมมองของผลิตภัณฑ์” Moers กล่าว “เราจัดระเบียบทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้” แนวทางนี้ฝังอยู่ใน DNA ของแบรนด์ แต่โครงการ Mercedes-AMG Project One นั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกด้วย
การใช้ระบบขับเคลื่อน EQ Power ผสานเข้ากับระบบ plug-in hybrid ประสิทธิภาพสูงบ่งบอกถึงทิศทางที่ Mercedes-AMG ต้องการเดินไป เทคโนโลยีของเครื่องยนต์เผาไหม้นั้นกำลังสุกงอม ความท้าทายในขณะนี้คือการรวมเทคโนโลยีไฮบริดและเทคโนโลยีไฟฟ้าใหม่ๆ และนั่นไม่ใช่ความท้าทายข้อเดียว บริษัทจากเมือง Affalterbach นี้ ยังเป็นผู้บุกเบิกด้านเทคโนโลยีเมื่อพูดถึงรถยนต์ในซีรีส์ต่างๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วย

จิตวิญญาณและสาระสำคัญของ Mercedes-AMG จะปรากฏเด่นชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรถไฮเปอร์คาร์เข้าไปวิ่งในสนาม Nordschleife และฃการแข่งขันอื่น ๆ ของโลก รวมถึงระหว่างการขับขี่ในชีวิตประจำวันด้วยโหมด comfort ของรถด้วยเช่นกัน
ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่จะขับ Mercedes-AMG Project One ออกสู่ท้องถนนในบ่ายวันอาทิตย์อย่างชิลๆ ในอนาคตได้ใช่ไหม? “แน่นอน” Tobias Moers ยิ้มในขณะที่เขาเสริมว่า “ถ้ามีใครคิดที่จะทำแบบนั้น”